แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิจกรรมสำหรับเด็กอายุ 4 ปี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิจกรรมสำหรับเด็กอายุ 4 ปี แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

ของเล่นลงถ้วย

ของเล่นทำง่ายอีกอย่างที่ช่วยฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือ ให้ทำงานประสานกันกับการมองครับ
อุปกรณ์ ก็มีแค่ ถ้วยกระดาษ เชือกความยาวประมาณ 1 ฟุต (สำหรับเด็กประมาณ 4 ขวบ) แล้วก็กระดาษแข็งขนาด 2 X 10 Cm

วิธีการก็เจาะรูที่แล้วกระดาษ ผูกเชือกด้านนึงที่แก้ว แล้วก็ เอากระดาษแข็งที่เตรียมไว้มาม้วนให้เป็นก้อนกลม แล้วก็เอาเชือกอีกด้านผูกติดกับก้อนกระดาษแข็งแบบในรูปครับ

วิธีเล่นก็ให้เด็กๆ ถือถ้วยกระดาษแล้วพยายามเหวี่ยงก้อนกระดาษแข็งลงไปในด้วยครับ


ติดตามนาฟต้าและนิวตันได้ ที่ facebook ส่วนตัวของผมครับ ตามลิ้งค์นี้เลย https://www.facebook.com/champ.nagon

วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ตอนร่างกายของเรา : ภาค 2

เพิ่มเติมจากตอนที่แล้วครับ หลังจากเรียนรู้อวัยวะภายในที่สำคัญจาก ตอนร่างกายของเรา ภาค 1 คราวนี้ผมสอนลูกชายเรื่องโครงร่างของร่างกาย โดยที่มนุษย์เราเป็นสัตว์ที่มีโครงกระดูกภายในทำให้สามารถยืดตัวตั้งตรงต้านแรงโน้มถ่วงของโลกได้ 


วันนี้เริ่มจากเปิดหนังสือให้ดูว่าร่างกายเรามีกระดูกที่สำคัญคือกระดูกสันหลัง กระดูกแขน ขา ครับผม จากนั้นก็วาดรูปกระดูกลงในกระดาษสี ตามแบบในหนังสือ



จากนั้นก็ตัดออกมาเป็นชิ้นเพื่อแปะละในภาพร่างกายที่เราทำไว้ในตอนที่ 1 ทีนี้เด็กๆ ก็จะเข้าใจเรื่องโครงกระดูกของมนุษย์อย่างง่ายๆ ครับ


วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ตอนระบบสุริยะ

หลังจากที่ได้ไปงานวันวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับลูกชาย เมื่อสัปดาห์ก่อนและได้ของติดไม้ติดมือกลับมาเป็นแผนที่ดวงดาวแบบ 3 มิติ และหนังสือรายละเอียดดวงดาวที่อยู่ในระบบสุริยะของเรา นาฟต้าก็ติดอกติดใจเรื่องราวเกี่ยวกับระบบสุริยะเป็นอย่างมาก ผมก็เลยคิดทำโมเดลจำลองการหมุนรอบดวงอาทิตย์ของเหล่าดาวบริวารทั้งหลายให้นาฟต้าได้ดู โมเดลที่ผมออกแบบนี้จำลองจากโมเดลที่เคยเห็นในเว็บต่างประเทศที่สวยงามมากครับ แต่ปรับมาใช้วัสดุในบ้านที่หาเอามาทำได้ง่ายๆครับ
โดยเริ่มแรกก็ให้ลูกชายช่วยผมวาดภาพดาวบริวารทั้ง 8 ลงบนกระดาษ โดยผมเป็นคนปรับสเกลให้มีขนาดเล็กลง แต่ยังคงสัดส่วนให้ตรงตามรายละเอียดจริงในหนังสือที่ได้มา ก็จะได้ขนาดของดาวตามที่เห็นในภาพด้านล่าง แล้วก็ให้ลูกชายช่วงระบายสีให้ได้สีใกล้เคียงกับภาพในหนังสือเท่าที่ทำได้ครับ



จากนั้นสองพ่อลูกก็ช่วยกันสำรวจรอบบ้านเพื่อหาสิ่งของทรงกลมที่ไม่ได้ใช้แล้ว ที่มีขนาดใกล้เคียงกับดาวต่างๆ ที่วาดไว้เมื่อสักครู่ เพื่อเอามาทำเป็นดวงอาทิตย์และดาวบริวารครับ 


เมื่อได้ดาวครบตามที่ต้องการแล้วก็เอาสีอคลีลิคมาระบายบนทรงกลมต่างๆให้ได้สีตามที่ต้องการและใกล้เคียงดาวนั้นๆ เท่าที่จะทำได้ ย้ำครับเท่าที่จะทำได้ ดาวบางดวงอย่างยูเรนัสกับเนปจูนนี้ไม่รู้จะผสมสียังไงเลยครับ ก็ระบายไปเท่าที่ทำได้จริงๆ


ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ต่างๆ ในระบบสุริยะ ฝึมือนาฟต้า
เมื่อทำดาวเคราะห์จำลองครบตามที่ต้องการแล้วผมใช้ปึนกาวยึดดาวต่างๆ ติดกับลวดเส้นขนาดกลางเพื่อให้สามาถไปพันติดกับแกนที่ทำจากท่อพีวีซีได้ โดยผมเรียงลำดับการติดขดลวดไล่ไปตามลำดับของระบบสุริยะ คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนฟจูน ครับ แต่ละชั้นของลวดที่ไปพันกับแกนพีวีซีผมจะเอายางรับเอาไว้ไม่ให้มันเลื่อนมาชนกัน จากนั้นก็ดัดเส้นลวดให้เป็นตัว L เพื่อให้ดาวเคราะห์มาอยู่ในระดับเดียวกันอย่างที่เห็นในรูปครับ

โมเดลระบบสุริยะอย่างง่าย สำหรับเด็กๆ

เราก็จะได้แบบจำลองระบบสุริยะ ที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ได้ สอนให้เด็กๆ เข้าใจเรื่องระบบสุริยะและการหมุนรอบดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์ต่างๆ ได้อย่างเห็นภาพชัดเจนกันเลยทีเดียวครับ

ดาวเคราะห์หมุนรอบดวงอาทิตย์อย่างนี้นี่เอง


วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เล่นวาดเมืองของฉัน

กิจกรรมเสริมสร้างจินตนาการอย่างง่าย ใช้แค่กระดาษขาวขนาดใหญ่ ดินสอสี และของเล่นรถจำลองที่มีอยู่ ให้ลูกๆ ได้วาดเมือง เส้นทางเดินรถ บ้านของตัวเอง และจินตนาการไปถึงบ้านของเพื่อนๆ แถมให้เค้าได้ลองทดสอบความจำว่าระหว่างทางกลับบ้านมีสถานที่สำคัญอะไรบ้าง เช่น โรงพยาบาล สถานีตำรวจ รวมไปถึงห้างร้านต่างๆ ที่แวะกันประจำด้วย สนุกสนานเพลิดเพลินกันได้เป็นชั่วโมงครับ เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่มีเวลานั่งเล่นและช่วยระบายสีเมืองกับลูกไปด้วย รับรองว่าจะเป็นชั่วโมงคุณภาพของครอบครัวเลยทีเดียว


ได้ใช้ทักษะด้านศิลปะ จิตนาการ ควบคู่กับการใช้ตรรกะให้สัมพันธุ์กับเรื่องราวรอบตัวได้เป็นอย่างดีครับสำหรับกิจกรรมนี้





วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ตอนสะพานสีสัน

การทดลองวิทยาศาสตร์วันนี้ผมกับลูกชายจะมาทดลองเรื่องการเคลื่อนที่ของของเหลว โดยมีตัวพาไปครับ อาจจะใช้เวลาในการทดลองนานซักนิด แต่เด็กๆ ก็จะได้ตื่นเต้นที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในแต่ละขั้นของการทดลอง

เริ่มจากเตรียมแก้วใส 3 ใบ นำมาวางเรียงกันเป็นแถว ใส่น้ำลงไปในแก้วใบแรกสุด และใบสุดท้าย อย่างในรูป จากนั้นก็หยดสีผสมอาหารลงไปแก้วละ 1 สี ให้เป็นคนละสีกันนะครับ (แนะนำให้เป็นแม่สีเหมือนเดิม คือเลือกสีมาสอง สีจาก สีแดง สีน้ำเงิน และสีเหลือง)


เมื่อเตรียมน้ำผสมสีเสร็จแล้ว ให้นำกระดาษเปียก 2 แผ่น (กระดาษที่คุณแม่ๆ เอาไว้เช็ดก้นเจ้าตัวเล็กนั่นแหละครับ) มาพับเป็นแถบยาวๆ แล้ววางพาดจากแก้วริมทั้ง 2 ด้าน เข้ามาที่แก้วกลาง อย่างที่เห็นในคลิปด้านล่าง ทีนี่ก็จะมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นให้เด็กๆ ได้ตื่นเต้นแล้วครับ น้ำสีจากแก้วริมทั้ง 2 ด้านจะเริ่มซึมผ่านตัวกลางก็คือกระดาษเปียกทั้ง 2 ผืนขึ้นมาแล้วไหลลงไปสู่แก้วกลางครับ


เมื่อขบวนการซึมผ่านเสร็จเรียบร้อยระดับน้ำทั้ง 3 แก้วจะอยู่ในระดับเดียวกัน แล้วสีของแก้วกลางจะเกิดจากการที่สีของน้ำในแก้วใบแรกและใบสุดท้ายผสมกันครับ อย่างรูปที่เห็นด้านล่าง จะได้สีเขียวจากการผสมของสีน้ำเงินกับสีเหลือง แนะนำให้ทดลองทำซัก 3 รอบครับ ลองจับคู่สีให้เด็กๆดู

  • สีน้ำเงินกับสีเหลือง
  • สีน้ำเงินกับสีแดง
  • สีเหลืองกับสีแดง

เป็นการช่วยสอนเรื่องทฤษฎีสี เรื่องแม่สีไปในตัวด้วยครับ


วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ตอนร่างกายของเรา : ภาค 1

กิจกรรมวิทยาศาสตร์ง่ายๆ วันนี้ทั้งสนุกสนานและทำให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องร่างกายของเราครับ เตรียมแค่กระดาษสีซัก 2-3 สี กรรไกร กาว และกระดาษขาวแผ่นใหญ่ที่ควรจะให้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเด็กๆ เล็กน้อย การที่เราวาดรูปร่างกายให้เท่ากับขนาดตัวของเด็กนั้นจะช่วยให้เด็กเชื่อมโยงตำแหน่งและขนาดของอวัยวะต่างๆ กับร่างกายของตัวเด็กเองได้ง่ายขึ้น สมจริงขึ้นด้วย ผมเลยแนะนำให้พยายามหากระดาษที่มีขนาดใหญ่เท่าตัวเด็กๆ ถ้าหาไม่ได้ใช้กระดาษต่อกันก็ได้ ผมเองใช้กระดาษขนาดครึ่งตัวนาฟต้า 2 แผ่นมาต่อกันจะได้กระดาษขาวใบใหญ่อย่างที่เห็นในรูปด้านล่าง ถ้าหาไม่ได้จริงๆ จะใช้กระดาษใบเล็กแล้วปรับขนาดทำให้เล็กลงก็ได้ครับ

เมื่อเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้ว ก็เริ่มเล่าเรื่องหรือคุยกับเด็กๆ เพื่อเกริ่นนำก่อนเข้าสู่การทำกิจกรรมกันได้เลย ผมเริ่มเรื่องจากการถามลูกชายตรงๆ เลยว่าเคยรู้มั้ยว่าในตัวของเรานี้มีอะไรบ้าง ก็จะได้คำตอบแปลกๆบ้างอย่าตกใจครับ หลังจากนั้นก็เข้าเรื่องผมบอกว่าจะวาดสิ่งที่อยู่ข้างในตัวนาฟต้าแล้วเอามาประกอบกันบนกระดาษให้ดูดีมั้ย ลูกชายผมเห็นคล้อยตามด้วยก็เลยเริ่มกันได้ ให้เด็กนอนราบลงบนกระดาษขาวแผ่นใหญ่ที่เตรียมไว้ครับ จากนั้นก็ใช้ดินสอวาดเส้นรอบตัวของเด็กให้เป็นโครงร่างกายมนุษย์ขนาดเท่าตัวเด็กๆนั่นเองครับ 

วางภาพโครงร่างของเด็กๆ ลงบนกระดาษ

จากนั้นก็ให้เค้าลุกขึ้นมาแล้วใช้เค้าช่วยปากกาเมจิกวาดทับเส้นให้ชัดเจน ระหว่างนี้เราก็วาดรูปอวัยวะภายในที่สำคัญลงในกระดาษสีสีต่างๆ เช่น สมอง หัวใจ ปอด ตับ กระเพาะ ลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็ก โดยกะเอาขนาดให้เหมาะสมกับตัวเด็ก แล้วให้เด็กๆ ช่วยตัดออกมาเป็นชิ้นๆครับ 

วาดภาพอวัยวะภายใน และตัดออกมาเป็นชิ้น เพื่อประกอบบนภาพร่างกาย

ทีนี้ก็ให้เค้าลองเดาเอาว่าอวัยวะไหนควรจะอยู่ตรงไหน อวัยวะที่เด็กๆ จะคุ้นเคยและตอบได้มากทีสุดคือสมองครับ มันต้องอยู่ที่หัวแน่ๆ จากนั้นก็ให้เด็กๆ ติดอวัยวะนั้นๆลงไปบนภาพโครงร่างร่างกายของเค้าเอง ช่วงนี้ก็คอยอธิบายไปครับว่าอวัยวะไหนทำหน้าที่อะไร อาทิเช่น
  • สมอง เป็นอวัยวะที่ช่วยในการคิด และจดจำสิ่งต่างๆ
  • หัวใจ คอยสูบฉีดเลือด ไปเลี้ยงอวัยวะทั่วร่างกาย (ตอนติดหัวใจ อาจลองให้เค้าจับหน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจของเค้าดู เพื่อให้รู้สึกถึงการเต้นของหัวใจครับ ทีนี้ก็จะจะได้เลยว่าหัวใจอยู่ตรงนี้นี่เอง)
  • กระเพาะ มีหน้าที่เก็บอาหารเป็นด่านแรกและบดอาหารให้ละเอียดยิ่งขึ้น
  • ลำไส้มีหน้าที่คอยดูดซึมสารอาหารที่ร่างกายต้องการ
  • ตับมีหน้าที่ขับของเสียออกไปจากร่างกาย

จากนั้นก็เอาภาพร่างกายของเด็กๆ ไปติดโชว์เป็นภาพประดับผนังบ้านได้เลย ทั้งสนุก ฝึกทักษะการสังเกต และได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์เบื้องต้นเกี่ยวกับร่างกายของเราด้วย วิทยาศาสตร์ใกล้ตัวพ่อแม่ก็สอนเองได้ครับ

อวัยวะภายในร่างกายที่เด็กๆ น่าจะได้รู้จักครับ

นี่ไงกระเพาะของผม

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เมนูเด็กๆ ที่ประโยชน์ไม่เด็กเลย - ไอศครีมเชอเบทอโวกาโด

ช่วงเดือน กันยายน ของทุกปี จะเป็นช่วงฤดูที่อโวกาโดออกผลมากมาย พอกล่าวถึงอโวกาโดแล้วเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันดีเนื่องจากผลิตภัณฑ์หลายอย่างมีสารสกัดจากอโวกาโดประกอบอยู่ เจ้าอโวกาโดนี้ทางประเทศออสเตรเลียเค้ายกย่องให้เป็นราชินีแห่งผลไม้กันเลยทีเดียว เพราะว่ามันอุดมไปด้วยวิตามินอีและไฟเบอร์ แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นเคยกับการรับประทานผลอโวกาโดสด และก็ยังไม่มีอาหารแปรรูปที่เกี่ยวข้องกับอโวกาโดจำหน่ายในประเทศไทยมากนัก

ในสวนที่บ้านก็มีต้นอโวกาโดอยู่หลายต้น ปีนี้ให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ แต่มันออกมาพร้อมๆกันจนทานไม่หมดเลย วันนี้ก็เลยชวนลูกชายมาทำไอศครีมเชอเบทอโวกาโดไว้รับประทานกันในบ้าน เลือกทำไอศครีมเชอเบทอโวกาโดเพราะผมได้สูตรการทำอโวกาโดเชอเบทมาจากเพื่อนคนนึงที่ไปศึกษาอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียนั่นเอง วิธีการทำก็แสนง่ายครับ

วัตถุดิบที่ต้องใช้
  • ผลอโวกาโดสด ผมแนะนำให้เลือกซื้อพันธุ์ปีเตอร์สัน เพราะมีเนื้อที่เนียนอร่อย ไม่มีเสี้ยนหรือเส้นใยแข็งๆภายในเนื้อ และไม่ติดรสขมถ้ามันยังไม่สุขเต็มที่ด้วยครับ สัดส่วนของเนื้ออโวกาโดที่ผมใช้คือประมาณ 250 กรัม กะโดยประมาณก็เท่ากับผลอโวกาโดขนาดเท่าฝ่ามือ 2 ผลครับ ผ่าเอาเมล็ดออกแล้วก็คว้านเอาแต่เนื้อออกมา
  • น้ำมะนาว 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อมเชอเบทประมาณ 200 กรัม (ถ้าชอบหวานจะใส่มากกว่านี้ก็ได้ครับ
  • น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง



ถ้าพร้อมแล้วก็ลงมือทำกันได้เลย ขั้นแรก ผสมน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมเชอเบทกับน้ำสะอาดให้เข้ากัน
เทส่วนประสมในขั้นแรกลงในโถปั่น ใสน้ำมะนาว และเนื้ออโวกาโดลงไป แล้วปั่นให้ละเอียด
จากนั้นเทใส่ภาชนะที่มีฝาปิดแล้วเอาเข้าช่องแช่แข็ง
พอแข็งได้ที่แล้วก็เอาช้อนขูดให้หมด อัดลงภาชนะเดิมปิดฝาแล้วนำไปแช่อีกรอบ จากนั้นก็นำมาขูดอีกรอบให้ได้เนื้อเชอเบทที่เนียนน่ารับประทาน จากนั้นก็ใช้ที่ตักไอศกรีมตักเป็นลูกกลมๆ เสริฟพร้อมเยลลี่ หรือท๊อปปิ้งต่างๆ เพื่อเพิ่มสีสัน เป็นสุดยอดไอศรีมอโวกาโบเชอเบทได้เลยครับ

ส่วนที่ผมทำกับลูกชายนั้น แค่ขูดรอบแรกก็ตักออกมาทานกันแล้วครับ เนื้อยังไม่เนียนไม่เป็นไร แค่ได้ความหวานอมเปรี้ยวเย็นชื่นใจก็มีความสุขแล้วครับ เมนูของหวานทำง่ายอย่างนี้อย่าลืมเอาไปทำทานกันนะครับ หรือจะลองเปลี่ยนจากอโวกาโดเป็นมะม่วงสุก แตงโม หรือสตอร์เบอรี่ผมว่าก็อร่อยไม่แพ้กัน



วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ภาพพิมพ์จากเบบี้ฮ่องเต้

ด้วยความที่เป็นครอบครัวในยุคใหม่ ที่ไม่ค่อยได้เข้าครัวประกอบอาหารเองสักเท่าไร เมื่อมีโอกาสทำอาหารก็กลายเป็นเรื่องสนุกในครอบครัว วันนี้ผมได้ซื้อผักที่ชื่อว่า “เบบี้ฮ่องเต้” มาจากมูลนิธิโครงการหลวงดอยคำ เพื่อจะกลับมาเตรียมเป็นผักลวกให้นาฟต้าทานกับไข่ตุ๋นของโปรดของเค้า ภรรยาผมจัดการตัดแต่งส่วนโคนและก้านออกเพราะนาฟต้าไม่ชอบทานส่วนนี้ ผมเห็นว่าพอตัดออกมาแล้วดูสวยงามเหมือนเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง ก็เลยคิดว่าน่าจะเอามาเล่นหรือทำอะไรได้บ้าง พอดีไปนึกถึงการพิมพ์ภาพสีด้วยแครอทแกะสลักที่เคยเห็นในหนังสือ วันนี้ก็เลยคิดว่าเอาเจ้าโคนเบบี้ฮ่องเต้นี้มาเล่นพิมพ์สีกับนาฟต้าดีกว่าระหว่างรอม่าม๊าเตรียมผักลวกกะไข่ตุ๋น

WP_20130421_007

ผมรีบเรียกลูกชายมาดูม่าม๊าตัดโคนต้นเบบี้ฮ่องเต้ และช่วยกันเตรียมผสมสีน้ำใส่ถาด วันนี้ผมเติมน้ำเปล่าลงในสีแค่นิดเดียวเพราะต้องการให้กระดาษติดสีที่พิมพ์ลงไปมากๆ และชัดเจน
 

เมื่อสีพร้อมก็เอาโคนต้นเบบี้ฮ่องเต้มาให้เค้าสำรวจซะก่อน ว่าเป็นอย่างไร พร้อมบอกว่าป่าป๊าจะให้ทำอะไรเมื่อเข้าใจกันดีแล้วก็ลงมือเล่นสีกันเลย

IMG_6998

ลักษณะการเรียงตัวของก้านต้นเบบี้ฮ่องเต้นนี้จะทับซ้อนกันไปมา และไล่ระดับจากใบที่ใหญ่ที่สุดในวงนอกและค่อยๆ เล็กลงเป็นวงชั้นในเข้าไป ทำให้เวลาพิมพ์ออกมาแล้วดูเหมือนดอกกุหลาบสวยงามมาก


ก้านของต้นเบบี้ฮ่องเต้นี้ถือว่าค่อนข้างทนทีเดียวครับ นาฟต้าปั้มแรงแค่ไหนก็ไม่มีหักเลย แถมยังพิมพ์ได้นาน หมดกระดาษไปหลายใบ เจ้าก้านเบบี้ฮ่องเต้นี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยุ่ยหรือเละเลยครับ

IMG_7000



ภาพที่เห็นด้านบนนี้เป็นผลงานของนาฟต้า ส่วนภาพด้านล่างนี้เป็นผลงานของป่าป๊าเองครับ เห็นลูกเล่นแล้วเกิดคันมือ อยากลองเล่นดูบ้าง เลยขอแบ่งกระดาษจากลูกชายมาพิมพ์เล่นด้วยอีกคน สวยมั้ยครับ ……..

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ปืนฉีดน้ำ กะ แองกรี้เบิร์ด

กิจกรรมต้อนรับหน้าฝนอันแสนจะชุ่มฉ่ำครับ คราวนี้เป็นเกมส์ในลักษณะสิ้นคิดของป่าป๊า วันนี้ไม่รู้จะเล่นอะไรกันดีถึงขั้นนั่งเบื่อกันทั้งพ่อทั้งลูกอยู่นาน นาฟต้าก็ร้องอยากออกไปเล่นข้างนอก แต่อากาศไม่เอื้ออำนวยเลย หันไปเห็นนาฟต้าหยิบได้ปึนฉีดน้ำที่ใช้เล่นน้ำเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา ทำท่ายิงใส่ผม ผมก็เลยได้ไอเดียเล่นปีนฉีดน้ำกันดีกว่าดูเหมือนจะสร้างสรรค์กว่านั่งเล่นน้ำในกะละมังเฉยๆ

WP_20130430_013

ว่าแล้วก็ไปหาอะไรมาให้นาฟต้าใช้เป็นเป้ายิงครับ ไปได้ตัวหุ่น Angry bird มาหลายตัวรวมทั้งหมูวายร้ายแต่ก็ยังไม่สะใจเลยช่วยกันถอดฝาขวดน้ำที่ทิ้งไว้ในถังหลังบ้านมาเป็นเป้ายิงด้วย เมื่อได้เป้ายิงมากพอแล้วก็จัดฉากกันได้ครับ ผมใช้เก้าอี้ที่พนักพิงเป็นซี่ แนวขวางมาวางเป้ายิงเรียงกันอย่างในรูปครับ ถ้าบ้านไหนไม่สะดวก จะใช้ถังน้ำ ขอบกะละมัง หรือขอบรั้วเป็นฐานเป้ายิงก็ได้ง่ายดีครับ จากนั้นก็กำหนดเส้นเขตให้เข้าลูกชายยืน แล้วก็จัดการยิงให้เหล่านกขึ้โมโห หมูวายร้าย และฝาน้ำตกจากฐาน สนุกง่ายๆ แค่นี้เองครับ…. ดูเหมือนง่าย แต่เวลาลูกชายผมเล่นจริงๆ กลับไม่ง่ายเลย เด็กเล็กๆ ยังเล็งไม่ค่อยเป็นเค้าจะทำท่าเล็งให้ปลายกระบอกปืนตรงกับเป้าแล้วยิง แต่ไม่ได้คำนึงถึงแรงโน้มถ่วงของโลกที่ทำให้น้ำเดินทางเป็นเส้นโค้งช่วงแรกๆ ยิงเท่าไหร่ก็ไม่โดน ต้องเอาปืนฉีดน้ำมายิงให้เค้าดูและสังเกตการเดินทางของน้ำว่ามันออกมาจากกระบอกปืนฉีดน้ำแล้วมันจะโค้งลงตามแรงดึงดูดของโลก ไม่ใช่พุ่งเป็นเส้นตรงตลอดเวลา ก็ใช้เวลาซักพักครับ กว่าลูกชายผมจะเข้าใจและพยายามเล็งให้สูงกว่าเป้าเพื่อให้น้ำมันโดนเป้าครับ แต่ก็ถือว่าใช้ได้ที่ยังมีพัฒนาการบ้าง @_@  เล่นไปเล่นมาสุดท้ายก็จะเปียกกันทั้งพ่อลูกเลยครับ

WP_20130430_012

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Graffiti ตัวน้อย จอมพ่นสี

บ่ายแก่ๆ วันหนึ่งระหว่างที่กำลังช่วยกันกับลูกชายเก็บกวาดทำความสะอาดชั้นของเล่นก็ไปเจอขวดสเปรย์ของเล่นเก่าเก็บที่ใช้ทำลูกปัดยางสมัยนาฟต้าเด็กๆ 1 อัน นาฟต้าถามว่าเอามาทำอย่างอื่นได้หรือเปล่า นาฟต้าไม่อยากทิ้ง ผมก็เลยนั่งคิดอยู่ซักพักได้ไอเดียว่าเอามาทำเป็นขวดสเปรย์สีเล่นกันดีกว่า

ผมให้นาฟต้าวาดรูปอะไรก็ได้ที่ต้องการเพื่อมาเจาะช่องไว้พ่นสี แต่ดูเหมือนเค้าจะไม่เข้าใจเพราะไม่รู้ว่าการเจาะกระดาษพ่นสีเป็นยังไง ก็เลยวาดรูปหุ่นยนต์ซะเต็มกระดาษ ผมก็ไม่รู้จะเจาะยังไงเหมือนกันครับ สุดท้ายก็เลยต้องวาดเองให้ดูเป็นตัวอย่าง แล้วก็เจาะกระดาษเป็นช่องตามที่วาดไว้

IMG_7028
จากนั้นก็เตรียมสีลงในขวดสเปรย์ ผมใช้สีโปสเตอร์มาผสมน้ำครับ เพราะต้องการให้เนื้อสีมีความเข้มข้นและทึบแสง เวลาพ่นลงไปแล้วจะเห็นความแตกต่างของสีบริเวณที่พ่นสีกับไม่โดนพ่นสีอย่างชัดเจน เมื่อผสมสีเสร็จแล้วก็กรอกลงในขวดสเปรย์จิ๋วของนาฟต้า

IMG_7029
วิธีเล่นก็เอากระดาษที่เจาะช่องแล้วไปวางบนพื้นผิวที่ต้องการพ่นสี ผมก็เลือกที่หน้าบ้านนี่แหละครับง่ายดี จากนั้นก็ให้นาฟต้าพ่นสีลงไปบนกระดาษบริเวณที่เจาะช่องไว้รอให้พอหมาดๆ ก็เอาออกจะเห็นเป็นรูปตามที่เราเจาะไว้ หรือจะเอากระดาษเป็นรูปที่เราตัดไว้มาเป็นตัวแบบวางเพื่อพ่นสีก็ได้ครับ เวลาเอาออกมาจะเห็นว่าบริเวณที่ไม่โดนสีจะเป็นรูปเดียวกับกระดาษที่เราวางไว้ อย่างในรูปด้านล่างนี้ครับ

พ่นสีโปสเตอร์สเปรสีโป่สเตอร์IMG_7039

ผมเตรียมแบบไว้น้อยไป เล่นกันไปซักพักยังไม่ทันหายเบื่อกระดาษก็เปื่อยหมด ก็เลยชวนนาฟต้าไปหาแบบสำหรับพ่นสีรอบๆบ้าน ได้ใบไม้มาหลายแบบ และขนนกหนึ่งอันครับ

IMG_7040
นาฟต้าพ่นสีไปหลายตัวแล้วยังนึกสนุกอยากพ่นสีบนพื้นเป็นชื่อตัวเองเลยวิ่งเข้าบ้านไปหยิบกระดาษมาให้ผมทำเป็นชื่อตัวเองให้ แล้วก็พ่นสีประกาศอานาเขตส่วนตัวบนพื้นหน้าบ้านอย่างที่เห็นในรูป สนุกสนานกันนานทีเดียวครับ หากไม่มีขวดสเปรย์เล็กๆ ให้ฟ๊อกกี้ที่ฉีดน้ำรีดผ้าก็ได้ครับ แต่แนะนำให้ไปถามม่าม๊าดูก่อน ไม่งั้นเล่นเสร็จอาจมีเรื่องได้ครับ

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

DIY ของเล่น เขาวงกตลูกแก้ว จากกล่องนม

เมื่อเด็กๆ ทานนมหมดแล้วจะเหลือกล่องนมใบใหญ่ อย่าเพิ่งทิ้งนะครับ เอามาทำของเล่นกัน ของเล่นวันนี้ที่จะมาทำคือเขาวงกตลูกแก้ว จากกล่องนม หรือถ้าไม่มีจะใช้ลังกระดาษอื่นๆ ก็ได้ครับ เริ่มจากตัดฝาด้านบนออกแล้วเอาฝาด้านยาว 2 ด้านมาต่อกันเป็นแผ่นอย่างในรูปข้างล่าง

เขาวงกตลูกแก้ว (9)

ที่ตัวกล่องก็เจาะรูด้านข้างให้กว้างพอที่ลูกแก้วจะลอดออกมาจากกล่องได้เวลาเราเล่นแล้วลูกแก้วตกลงหลุมครับ

เขาวงกตลูกแก้ว (8)

จากนั้นก็นำฝากล่องที่เราต่อไว้เป็นแผ่นมาเจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ พอที่ลูกแก้วจะลอดลงไปได้ โดยเลือกเจาะช่องให้กระจายๆ ไม่เป็นระเบียบอย่างที่เห็นในรูปข้างล่าง เพื่อให้เป็นเขาวงกตสำหรับลูกแก้ว

เขาวงกตลูกแก้ว (10)

เมื่อเจาะช่องเสร็จแล้วให้พลิกกลับอีกด้าน เอากล่องนมกล่องเล็กที่เด็กๆ ทานหมดแล้วมา ติดลงไปเป็นฐานเพื่อให้แผ่นกระดานเขาวงกตไม่ติดกับก้นกล่องเมื่อเรานำไปประกอบกับฐานกล่องนม

เขาวงกตลูกแก้ว (2)

เมื่อติดกล่องนมเล็ก เสร็จแล้วก็นำแผ่นกระดานเขาวงกตมาประกอบกับกล่องที่เจาะช่องทางออกลูกแก้วที่เราเตรียมไว้อย่างในรูปด้านล่าง

เขาวงกตลูกแก้ว (3)

เพื่อความแข็งแรงทนทาน ผมใช้ปึนกาวยิงกาวเพื่อเชื่อมต่อแผ่นกระดานกับตัวกล่องโดยรอบ กันแผ่นกระดานหลุดเวลาเด็กๆ เล่นแล้วมันเขี้ยวจับกล่องโยนไปมาครับ

เขาวงกตลูกแก้ว (4)

เสร็จแล้วใช้ปากกาเคมี เขียนตกแต่งจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุดในการเล่นก็จะได้ของเล่นหน้าตาเหมือนในรูปข้างล่างครับ วิธีการเล่นก็นำลูกแก้วมาวางที่จุดเริ่มต้น แล้วให้เด็กขยับกล่องพาลูกแก้วไปยังจุดสิ้นสุดที่กำหนดไว้ให้ได้ โดยที่ไม่ตกลงไปในช่องกับดักที่เราเจาะไว้บนกระดานครับ แต่ถ้าลูกแก้วตกลงไปก็ไม่เป็นไรเพราะลูกแก้วจะไหลออกมาทางช่องที่เราเจาะเตรียมไว้ข้างกล่องตั้งแต่แรก ของเล่นชุดนี้ช่วยส่งเสริมการทำงานประสานกันระหว่างการควบคุมกล้ามเนื้อกับการมองเห็นได้เป็นอย่างดีครับ

เขาวงกตลูกแก้ว (7)

กล่องของเล่นตัวอย่างที่ผมทำขึ้นมานี้อาจจะยากไปหน่อยสำหรับเด็กประมาณ 4 ขวบ อย่างลูกชายผมก็บ่นว่ายากเกินไป ผมเลยต้องใช้กระดาษมาอุดปิดช่องกับดักไปหลายช่องเพื่อให้เค้าเล่นได้ง่ายขึ้นครับ
ป.ล. ของเล่นนี้ผู้ปกครองต้องดูแลอย่างใกล้ชิดนะครับ เนื่องจากมีลูกแก้วเล็กๆ ประกอบการเล่นด้วย ต้องสอนและเตือนเด็กๆ ถึงอันตรายจากการเอาลูกแก้วเข้าปากหรือจมูกด้วย แถมอีกนิดว่าห้ามเอาลูกแก้วมาขว้างปาใส่กัน จะเจ็บตัวได้นะครับ

เขาวงกตลูกแก้ว (6)