แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่นของนาฟต้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่นของนาฟต้า แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

ของเล่นลงถ้วย

ของเล่นทำง่ายอีกอย่างที่ช่วยฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือ ให้ทำงานประสานกันกับการมองครับ
อุปกรณ์ ก็มีแค่ ถ้วยกระดาษ เชือกความยาวประมาณ 1 ฟุต (สำหรับเด็กประมาณ 4 ขวบ) แล้วก็กระดาษแข็งขนาด 2 X 10 Cm

วิธีการก็เจาะรูที่แล้วกระดาษ ผูกเชือกด้านนึงที่แก้ว แล้วก็ เอากระดาษแข็งที่เตรียมไว้มาม้วนให้เป็นก้อนกลม แล้วก็เอาเชือกอีกด้านผูกติดกับก้อนกระดาษแข็งแบบในรูปครับ

วิธีเล่นก็ให้เด็กๆ ถือถ้วยกระดาษแล้วพยายามเหวี่ยงก้อนกระดาษแข็งลงไปในด้วยครับ


ติดตามนาฟต้าและนิวตันได้ ที่ facebook ส่วนตัวของผมครับ ตามลิ้งค์นี้เลย https://www.facebook.com/champ.nagon

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แท่นวางการ์ด สำหรับเด็ก (ช่วยเด็กเล่นการ์ดเกมส์)

ช่วงหน้าฝนนี้เด็กๆ จะได้ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งลดลง เพราะอากาศไม่เป็นใจ แต่ก็ถึอเป็นโอกาสดีที่จะได้มีกิจกรรมที่ทำกันได้พร้อมๆกันทั้งครอบครัว อย่างเช่นการเล่นการ์ดเกมส์ (Card Game) ต่างๆ ครับ นอกจากสนุกได้ใช้เวลาคุณภาพแล้ว การ์ดเกมส์ยังช่วยสอนทักษะต่างให้กับเด็กๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสังเกต การนับ การรู้จักรอคอย แถมยังเสริมทักษะทางด้านสังคมอีกด้วยเพราะว่าต้องเคารพกติกาของเกมส์นั่นเอง แต่การเล่นการ์ดเกมส์ที่ว่าง่ายแล้วก็ยังมีปัญหาเกิดขึ้นได้เวลาเล่น ปัญหาเล็กๆ ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ของเด็กๆ ได้ก็คือการถือการ์ดนั่นเองครับ (ก็มือผมยังเล็กอยู่นี่นา) ปัญหานี้จะเกิดกับเกมส์ที่ใช้จำนวนการ์ดเยอะและเด็กน้อยโดนจั่วการ์ดเป็นจำนวนมาก ผมเลยมีไอเดียในการสร้างตัวช่วยในการจัดการปัญหาเหล่านี้ครับ สามารถจัดทำได้เองง่ายๆ แบบ DIY เพียงมีปฏิทินตั้งโต๊ะเก่าๆ กับกระดาษแข็งครับ

นำกระดาษแข็งจะมีสีหรือไม่มีสีก็ได้ มาตัดให้มีความกว้างประมาณ 6 cm ส่วนความยาวให้เท่ากับความกว้างของปฏิทินตั้งโต๊ะที่เตรียมไว้ครับ จากนั้นก็นำมาติดกับปฎิทินตั้งโต๊ะ โดยติดจากแผ่นบนสุดก่อนแล้วค่อยๆ ซ้อนทับไล่กันลงมา โดยใช้เทปกาวติดเฉพาะด้านล่างของแถบกระดาษครับ เมื่อติดแถบกระดาษแข็งครบแล้วก็ใช้เทปกาวติดยึดด้านข้างของแถบกระดาษแข็งอีกครั้งเป็นอันเสร็จใช้งานได้ครับ

ทีนี้เด็กๆ ก็สามารถนำไปใช้เล่นการ์ดเกมส์ได้อย่างสนุกสนาน และไม่ต้องหงุดหงิดกับการจัดการการ์ดในมืออีกต่อไปครับ .... ขอให้สนุกกับการเล่นการ์ดเกมส์กับเด็กๆ นะครับ

แท่นวางการ์ด D.I.Y

วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เล่นวาดเมืองของฉัน

กิจกรรมเสริมสร้างจินตนาการอย่างง่าย ใช้แค่กระดาษขาวขนาดใหญ่ ดินสอสี และของเล่นรถจำลองที่มีอยู่ ให้ลูกๆ ได้วาดเมือง เส้นทางเดินรถ บ้านของตัวเอง และจินตนาการไปถึงบ้านของเพื่อนๆ แถมให้เค้าได้ลองทดสอบความจำว่าระหว่างทางกลับบ้านมีสถานที่สำคัญอะไรบ้าง เช่น โรงพยาบาล สถานีตำรวจ รวมไปถึงห้างร้านต่างๆ ที่แวะกันประจำด้วย สนุกสนานเพลิดเพลินกันได้เป็นชั่วโมงครับ เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่มีเวลานั่งเล่นและช่วยระบายสีเมืองกับลูกไปด้วย รับรองว่าจะเป็นชั่วโมงคุณภาพของครอบครัวเลยทีเดียว


ได้ใช้ทักษะด้านศิลปะ จิตนาการ ควบคู่กับการใช้ตรรกะให้สัมพันธุ์กับเรื่องราวรอบตัวได้เป็นอย่างดีครับสำหรับกิจกรรมนี้





วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จรวดลูกโป่ง

กิจกรรมน่าสนุกอันนี้ผมได้เคยทำเล่นกับลูกชายตั้งแต่เค้าอายุได้ประมาณ 3 ขวบรอบนึงแล้วครับ แล้วเมื่อหลายวันก่อนไปเจอลูกโป่งเก่าเก็บในกล่องอีก 1 แพ็ค ก็เลยขนออกมาเล่นจรวดลูกโป่งกันอีก เตรียมง่ายแล้วก็น่าตื่นเต้นสำหรับเด็กๆ ครับ

อุปกรณ์
  • ลูกโป่งขนาดประมาณ 7-9 นิ้ว
  • เทปกาว
  • เชื่อกมัดเอกสาร
  • หลอดดูดน้ำ
  • คลิปหนีบ หรืออุปกรณ์สำหรับหนีบปากลูกโป่งไม่ให้ลมออก

เริ่มจากตัดหลอดดูดให้เหลือประมาณ 5-7 เซนติเมตร สอดเข้าไปในเชือก แล้วขึงเชือกในระดับแขนของเด็กเอื้อมถึง จากนั้นก็เป่าลูกโป่งให้ตึงพอประมาณ เอาตัวหนีบมาหนีบที่ปากลูกโป่งไว้ แล้วใช้เทปกาวติดลูกโป่งกับหลอดที่สอดไว้ในเชือกเหมือนในรูปด้านล่างครับ


เวลาติดลูกโป่งกับหลอด ควรติดให้ใกล้กับปากลูกโป่งและดูแนวให้ตรงกับปากลูกโป่งด้วยครับ เพื่อให้ลูกโป่งพุ่งออกไปได้ตรงและไม่ติดกับเชือกที่ขึงไว้


จากนั้นก็ให้เด็กๆ มาจับที่ปากลูกโป่ง เอาคลิปหนีบอก แล้วให้เด็กๆ ปล่อยมือทีนี้ลูกโป่งก็จะพุ่งออกไปเหมือนจรวดเลย ทำจรวดลูกโป่งนี้หลายๆรอบ แล้วก็มาคุยกันว่าทำไมลูกโป่งถึงพุ่งออกไปได้ เด็กๆ อาจให้เหตุผลต่างๆกันครับ เวลาอธิบายอาจจะเริ่มจากใช้คำถามนำก่อนก็ได้ว่ารู้มั้ยทำไมลูกโป่งมันถึงพองออก มีอะไรอยู่ในลูกโป่ง เมื่อเด็กๆ เข้าใจดีแล้วว่าในลูกโป่งมีลม และลมนั่นเองเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกโป่งพองออก เราก็สามารถอธิบายต่อไปได้ว่า ก็เพราะลูกโป่งมันเหนียวและมันขึ้เกียจจะยืดตัวมันอย่างนี้ตลอด มันเลยบีบเอาลมออกมาจากลูกโป่งทางช่องที่เราปล่อยมือแรงของลมที่แย่งกันหนีออกมาก็เลยดันให้ลูกโป่งพุ่งออกไปนั่นเอง


วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ปืนฉีดน้ำ กะ แองกรี้เบิร์ด

กิจกรรมต้อนรับหน้าฝนอันแสนจะชุ่มฉ่ำครับ คราวนี้เป็นเกมส์ในลักษณะสิ้นคิดของป่าป๊า วันนี้ไม่รู้จะเล่นอะไรกันดีถึงขั้นนั่งเบื่อกันทั้งพ่อทั้งลูกอยู่นาน นาฟต้าก็ร้องอยากออกไปเล่นข้างนอก แต่อากาศไม่เอื้ออำนวยเลย หันไปเห็นนาฟต้าหยิบได้ปึนฉีดน้ำที่ใช้เล่นน้ำเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา ทำท่ายิงใส่ผม ผมก็เลยได้ไอเดียเล่นปีนฉีดน้ำกันดีกว่าดูเหมือนจะสร้างสรรค์กว่านั่งเล่นน้ำในกะละมังเฉยๆ

WP_20130430_013

ว่าแล้วก็ไปหาอะไรมาให้นาฟต้าใช้เป็นเป้ายิงครับ ไปได้ตัวหุ่น Angry bird มาหลายตัวรวมทั้งหมูวายร้ายแต่ก็ยังไม่สะใจเลยช่วยกันถอดฝาขวดน้ำที่ทิ้งไว้ในถังหลังบ้านมาเป็นเป้ายิงด้วย เมื่อได้เป้ายิงมากพอแล้วก็จัดฉากกันได้ครับ ผมใช้เก้าอี้ที่พนักพิงเป็นซี่ แนวขวางมาวางเป้ายิงเรียงกันอย่างในรูปครับ ถ้าบ้านไหนไม่สะดวก จะใช้ถังน้ำ ขอบกะละมัง หรือขอบรั้วเป็นฐานเป้ายิงก็ได้ง่ายดีครับ จากนั้นก็กำหนดเส้นเขตให้เข้าลูกชายยืน แล้วก็จัดการยิงให้เหล่านกขึ้โมโห หมูวายร้าย และฝาน้ำตกจากฐาน สนุกง่ายๆ แค่นี้เองครับ…. ดูเหมือนง่าย แต่เวลาลูกชายผมเล่นจริงๆ กลับไม่ง่ายเลย เด็กเล็กๆ ยังเล็งไม่ค่อยเป็นเค้าจะทำท่าเล็งให้ปลายกระบอกปืนตรงกับเป้าแล้วยิง แต่ไม่ได้คำนึงถึงแรงโน้มถ่วงของโลกที่ทำให้น้ำเดินทางเป็นเส้นโค้งช่วงแรกๆ ยิงเท่าไหร่ก็ไม่โดน ต้องเอาปืนฉีดน้ำมายิงให้เค้าดูและสังเกตการเดินทางของน้ำว่ามันออกมาจากกระบอกปืนฉีดน้ำแล้วมันจะโค้งลงตามแรงดึงดูดของโลก ไม่ใช่พุ่งเป็นเส้นตรงตลอดเวลา ก็ใช้เวลาซักพักครับ กว่าลูกชายผมจะเข้าใจและพยายามเล็งให้สูงกว่าเป้าเพื่อให้น้ำมันโดนเป้าครับ แต่ก็ถือว่าใช้ได้ที่ยังมีพัฒนาการบ้าง @_@  เล่นไปเล่นมาสุดท้ายก็จะเปียกกันทั้งพ่อลูกเลยครับ

WP_20130430_012

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Graffiti ตัวน้อย จอมพ่นสี

บ่ายแก่ๆ วันหนึ่งระหว่างที่กำลังช่วยกันกับลูกชายเก็บกวาดทำความสะอาดชั้นของเล่นก็ไปเจอขวดสเปรย์ของเล่นเก่าเก็บที่ใช้ทำลูกปัดยางสมัยนาฟต้าเด็กๆ 1 อัน นาฟต้าถามว่าเอามาทำอย่างอื่นได้หรือเปล่า นาฟต้าไม่อยากทิ้ง ผมก็เลยนั่งคิดอยู่ซักพักได้ไอเดียว่าเอามาทำเป็นขวดสเปรย์สีเล่นกันดีกว่า

ผมให้นาฟต้าวาดรูปอะไรก็ได้ที่ต้องการเพื่อมาเจาะช่องไว้พ่นสี แต่ดูเหมือนเค้าจะไม่เข้าใจเพราะไม่รู้ว่าการเจาะกระดาษพ่นสีเป็นยังไง ก็เลยวาดรูปหุ่นยนต์ซะเต็มกระดาษ ผมก็ไม่รู้จะเจาะยังไงเหมือนกันครับ สุดท้ายก็เลยต้องวาดเองให้ดูเป็นตัวอย่าง แล้วก็เจาะกระดาษเป็นช่องตามที่วาดไว้

IMG_7028
จากนั้นก็เตรียมสีลงในขวดสเปรย์ ผมใช้สีโปสเตอร์มาผสมน้ำครับ เพราะต้องการให้เนื้อสีมีความเข้มข้นและทึบแสง เวลาพ่นลงไปแล้วจะเห็นความแตกต่างของสีบริเวณที่พ่นสีกับไม่โดนพ่นสีอย่างชัดเจน เมื่อผสมสีเสร็จแล้วก็กรอกลงในขวดสเปรย์จิ๋วของนาฟต้า

IMG_7029
วิธีเล่นก็เอากระดาษที่เจาะช่องแล้วไปวางบนพื้นผิวที่ต้องการพ่นสี ผมก็เลือกที่หน้าบ้านนี่แหละครับง่ายดี จากนั้นก็ให้นาฟต้าพ่นสีลงไปบนกระดาษบริเวณที่เจาะช่องไว้รอให้พอหมาดๆ ก็เอาออกจะเห็นเป็นรูปตามที่เราเจาะไว้ หรือจะเอากระดาษเป็นรูปที่เราตัดไว้มาเป็นตัวแบบวางเพื่อพ่นสีก็ได้ครับ เวลาเอาออกมาจะเห็นว่าบริเวณที่ไม่โดนสีจะเป็นรูปเดียวกับกระดาษที่เราวางไว้ อย่างในรูปด้านล่างนี้ครับ

พ่นสีโปสเตอร์สเปรสีโป่สเตอร์IMG_7039

ผมเตรียมแบบไว้น้อยไป เล่นกันไปซักพักยังไม่ทันหายเบื่อกระดาษก็เปื่อยหมด ก็เลยชวนนาฟต้าไปหาแบบสำหรับพ่นสีรอบๆบ้าน ได้ใบไม้มาหลายแบบ และขนนกหนึ่งอันครับ

IMG_7040
นาฟต้าพ่นสีไปหลายตัวแล้วยังนึกสนุกอยากพ่นสีบนพื้นเป็นชื่อตัวเองเลยวิ่งเข้าบ้านไปหยิบกระดาษมาให้ผมทำเป็นชื่อตัวเองให้ แล้วก็พ่นสีประกาศอานาเขตส่วนตัวบนพื้นหน้าบ้านอย่างที่เห็นในรูป สนุกสนานกันนานทีเดียวครับ หากไม่มีขวดสเปรย์เล็กๆ ให้ฟ๊อกกี้ที่ฉีดน้ำรีดผ้าก็ได้ครับ แต่แนะนำให้ไปถามม่าม๊าดูก่อน ไม่งั้นเล่นเสร็จอาจมีเรื่องได้ครับ

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ระเบิดน้ำ Angry birds

ผมไปได้ชุดลูกโป่งน้ำมาจากร้านหนังสือแห่งหนึ่ง ราคาประมาณ 50 บาท เห็นแล้วน่าสนุกก็เลยจัดมาหนึ่งชุด สำหรับมาทำอะไรเล่นสนุกๆ กับลูกชาย วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเล่นกิจกรรมนี้เพราะก่อนที่พายุฤดูร้อนจะพัดผ่านเข้ามาที่เชียงใหม่ จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวตัวเหนียวเหนอะหนะมาก ถ้าได้เล่นน้ำซะหน่อยช่วงบ่ายแก่ๆ ก็จะดีมากๆ ถือเป็นควันหลงสงกรานต์ก็ได้ครับ

5057269b-597e-42e1-b84e-1b03060cf70f_jpeg(3)

เริ่มจากชวนนาฟต้ามาว่ารูปหมูวายร้ายจากเกมส์แองกรี้เบิร์ดลงบนฟิวเจอร์บอร์ด โดยใช้ของเล่นที่เค้ามีอยู่เป็นแบบ ขนาดฟิวเจอร์บอร์ดที่ใช้ก็ประมาณ 30 x 30 เซนติเมตร ไปจนถึง 50 x 50 เซนติเมตร ให้มีหลายขนาดเวลาเล่นจะได้ปรับความยากง่ายให้เด็กๆ ได้ครับ

IMG_6945
เหล่าหมูวายร้ายของผมน่ากลัวมั้ยครับ

เมื่อวาดเสร็จแล้วก็พักรูปเจ้าหมูวายร้ายเอาไว้ก่อน แล้วก็หยิบชุดลูกโป่งน้ำที่ผมซื้อไว้ออกมา แล้วก็ไปเติมน้ำสำหรับทำเป็นระเบิดน้ำครับผม ลูกโป่งที่ได้มานี้เมื่อเติมน้ำเต็มแล้วมีขนาดไม่เกินฝ่ามือ แถมบางมากเป็นพิเศษจริงๆ ช่วงที่กำลังเติมน้ำก็แตกคามือผมไปหลายลูกทีเดียว

IMG_6950
เตรียมลุกโป่งน้ำ

เพื่อให้ได้ความสมจริง ผมช่วยวาดรูปเหล่านกแองกรี้เบิร์ดลงไปบนลูกโป่งด้วยอย่างในรูปข้างล่างครับ

5057269b-597e-42e1-b84e-1b03060cf70f_jpeg(1)
ทีมแองกรี้เบิร์ดมาแล้ว

IMG_6960
อุปกรณ์พร้อมแล้วครับ

เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้วก็ ออกไปเล่นกันได้ครับ โดยจัดวางเรียงแผ่นรูปหมูเอาไว้ในรูปแบบต่างๆ แล้วก็ให้เด็กๆ โยนลูกโป่งแองกรี้เบิร์ดให้โดนรูปหมูครับ เหมือนเล่นในเกมส์ โดยถ้าโดนหมูครบทุกตัวก็เป็นอันผ่านด้าน ปรับความยากในด้านต่อไปโดยขยับแผ่นรูปหมูให้ไกลออกไปครับ ผมเตรียมลูกโป่งไว้เกือบ 20 ลูก แป๊ปเดียวก็หมดเกลี้ยง หลังจากลูกโป่งหมดก็ลงเล่นน้ำคลายร้อนกันต่อเลยครับ ลูกโป่งน้ำชุดนี้เล่นได้ประมาณ 2 รอบครับ ได้ทั้งฝึกวาดรูปพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ฝึกศิลปะ และยังได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่จากการปาลูกโป่งอีกครับ คุ้มเกินคุ้ม………..

5057269b-597e-42e1-b84e-1b03060cf70f_jpeg(4)
เดี๋ยวจะจัดการเจ้าหมูให้หมดเลยครับ

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ปั้นแป้งขนมปัง

ปกติแล้วขนมปังที่บ้านไม่เคยทานเหลือเพราะนานๆ จะซื้อขนมปังปอนมาทานกัน ถ้าซื้อขนมปังมาในช่วงที่ออกนอกบ้านกันบ่อยๆ มันก็มักจะหมดอายุก่อน แล้วเหลือทิ้งหลายแผ่น จำได้ว่าตอนเด็กๆ ที่โรงเรียนก็เคยให้ผมเอาขนมปังไปตากแดดแล้วมาทำเป็นแป้งขนมปังไว้ปั้นส่งเป็นงานฝีมือ คราวนี้ก็ว่าจะลองทำแป้งขนมปังเล่นกับนาฟต้าเหมือนกันเพราะเสียดายถ้าทิ้งไปเฉยๆครับ ผมก็เลยชวนนาฟต้าเอาขนมปังไปตากแดดเล่นดู  กะว่าจะเอามาทำเป็นแป้งขนมปังเล่นกับนาฟต้าด้วย แดดประเทศไทยตากขนมปังแค่ครึ่งชั่วโมงก็แห้งกรอบแล้วครับ ระหว่างรอผมก็มาค้นสูตรการทำแป้งขนมปังจากในอินเตอร์เน็ตได้ความดังนี้ครับ
สูตรและสัดส่วนการทำแป้งขนมปัง
  1. แป้งขนมปังป่น 250 กรัม
  2. แป้งข้าวโพด 250 กรัม
  3. กาวลาเท็กซ์ 250 กรัม
  4. น้ำมันมะกอก หรือครีมถนอมผิว 1 ช้อนชา
20130402_180324

เมื่อได้สูตรแล้วก็รีบเข้าครัวไปเตรียมแป้งข้าวโพด กับพาชนะครับ จากนั้นก็ตามหากาวลาเท็กซ์และครีมถนอมผิวเพราะว่าผมไม่มีน้ำมันมะกอกชนิดทาผิวที่บ้าน ที่จริงในสูตรแนะนำให้ใส่สารกันบูด 1 ช้อนชาด้วยแต่ผมไม่ได้ต้องการจะเก็บไว้นานเลยไม่ใส่ เมื่อได้ของครบแล้วก็มาลงมือทำกันได้ครับ
  1. เริ่มจากป่นขนมปังที่ตากแห้งแล้วให้ละเอียดงานนี้นาฟต้าชอบมากครับ คงรู้สึกเหมือนได้ทำลายข้าวของเพราะเห็นบี้ซะมันมือเลยทีเดียว
  2. เอาแป้งขนมปัง 1 ส่วนผสมกับแป้งข้าวโพด 1 ส่วนคลุกให้เข้ากัน
  3. ค่อยๆ เติมกาวลาเท็กซ์ลงไปทีละนิดแล้วคลุกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเนื้อแป้ง ถ้ายังไม่เหนียวก็เติมกาวลงไปเรื่อยๆครับ แต่ถ้าเหนียวเกินไปก็เติมแป้งขนมปังป่นลงไปได้อีก พอผมเติมกาวลงไปเรื่อยๆ จนเหนียวนาฟต้าก็เริ่มออกอาการไม่อยากทำต่อ เพราะนิสัยส่วนตัวเค้าไม่ชอบให้มีกาวหรืออะไรเหนียวๆติดมือ ผมเลยต้องมาช่วยนวดต่อ
  4. เมื่อแป้งเริ่มอยู่ตัวก็เติมน้ำมันมะกอก หรือครีมทามือลงไปทีละนิดครับ ทีนี้แป้งก็จะเริ่มอยู่ตัวสวยและไม่ติดมือแล้ว
  5. นวดไปเรื่อยๆ จนแป้งเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าต้องการใส่สีก็แบ่งเป็นส่วนๆ แล้วเติมสีผสมอาหารลงไปนวดต่อได้ครับ เป็นอันเสร็จได้แป้งขนมปังไปปั้นเล่นได้
20130402_181038



20130402_18124820130402_181159



ผมให้นาฟต้าเล่นนี้แค่กะให้เค้าเห็นว่าแป้งต่างๆที่เค้าเคยเอามาเล่นนั้นมาจากขนมปังที่เราทานก็ได้ อีกอย่างคืออยากให้เค้าได้ออกกำลังและฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่มือเพิ่มเติมครับ ไม่ได้ต้องการจะเอาแป้งที่ได้มาประดิษฐ์อะไร ก็เลยไม่ได้ผสมสี และเล่นแค่ปั้นๆ ขยำๆ กันจนเบื่อก็เอาไปทิ้งครับ เลยไม่มีรูปถ่ายผลงานจากแป้งขนมปังสวยๆ มาฝาก แต่ถ้าบ้านไหนชอบลองเอาแป้งขนมปังไปผสมสีและปั้นเป็นตุ๊กตาตัวเล็กๆ ตากให้แห้งมาเป็นของประดับบ้านก็ได้ครับเพราะแป้งขนมปังมีข้อดีหลายอย่างมีเนื้อละเอียด สามารถแผ่ขยายเป็นแผ่นใหญ่ได้โดยไม่แตก น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงครับ รูปล่างก็เป็นรูปตุ๊กตาขนมปังที่เสริชมาจากกูเกิลเอามาฝากให้ดูในเมื่อปั้นเองไม่ได้ก็อาศัยดูของคนอื่นครับ ^-^

wp_ss_20130407_0022

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เรือดำน้ำจากดินน้ำมัน

“ป่าป๊าครับนาฟต้าอยากเล่นดินน้ำมัน” นาฟต้าร้องขอผมหลังจากที่เห็นลูกพี่ลูกน้องเค้าปั้นหุ่นยนต์ตัวใหญ่ด้วยดินน้ำมัน แต่เสียดายที่พี่เค้าต้องกลับบ้านกับคุณป้าซะก่อน นาฟต้าเลยไม่ได้เล่นดินน้ำมันกับพี่ชาย ด้วยเสียงอ้อนวอนของลูกชาย ป่าป๊าเลยเดินไปเซเว่นจัดดินน้ำมันมา 3 ก้อน
ผมก็ถามว่าแล้วนาฟต้าจะปั้นเป็นอะไรดีละ “นาฟต้าอยากปั้นเรือดำน้ำ” เสียงลูกชายตอบด้วยความร่าเริง ซึ่งทำเอาผมเครียดเลยเพราะงานปั้นเป็นงานที่ผมไม่ถนัดเลยซักกะนิดเดียว ก็เลยต่อรองว่าป่าป๊าวาดเรือดำน้ำให้แล้วนาฟต้าเอาดินน้ำมันแปะแทนดีมั้ยครับ

ปั้นดินน้ำมัน

ผลก็ออกมาอย่างที่เห็นในรูปครับ ผมให้นาฟต้านวดดินน้ำมันจนนิ่มแล้วฉีกมาทีละนิดมาแปะลงในแบบเรือดำน้ำที่ผมวาดขึ้นมาจนเต็ม สรุปว่ามากันคนละครึ่งทางได้ปั้นดินน้ำมันเป็นเรือดำน้ำสมใจ ป่าป๊าก็ไม่เสียหน้าที่ปั้นเรือดำน้ำเป็นตัวไม่ได้ ^-^

ปั้นดินน้ำมัน2

วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เกมส์แข่งหาตัวเลข

นี่ก็เข้าหน้าร้อนเต็มอัตราแล้ว สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ที่ใครๆ ก็ว่าอากาศดีแต่วันนี้ผมและลูกชายขอยอมแพ้จริงๆ ฟังประกาศจากวิทยุว่าที่ลำปางอุณหภูมิขึ้นไปแต่ 40 องศาเซลเซียดแล้ว ในตัวเมืองเชียงใหม่ผมเองก็ไม่ทราบเท่าไรและก็ไม่คิดจะออกไปวัดด้วยครับ วันนี้ครอบครัวเราเลยไม่ออกไปท้าลมร้อนนอกห้องแอร์กันเลยแต่ที่ร้านของม่าม๊านี่สิไม่มีของเล่นอะไรให้นาฟต้าเล่นเลย ป่าป๊าก็เล่านิทานไปหลายเรื่องจนเสียงแหบเสียงแห้งไปหมด ถ้าขึนไม่หาอะไรมาให้นาฟต้าทำมีหวังป่าป๊าน๊อคแน่ๆ รีบไปค้นหลังร้าน ได้กระดาษแผ่นใหญ่แบบบิ๊กๆ มาหนึ่งแผ่น แล้วก็คิดทำเกมส์แข่งตัวเลขเล่นกันดีกว่า คิดว่าคงเบี่ยงเบนความสนใจให้ป่าป๊าหยุดเล่านิทานไปพักเสียงได้นานพอสมควร

เกมส์หาเลข

ก็แค่เขียนเลข 1 ไล่ไปจนถึง 70 แบบไม่ต้องเรียงครับ เขียนให้กระจายไปทั่วกระดาษ (ที่เขียนถึงแค่ 70 เพราะนาฟต้ามีความสามารถนับเลขแบบไม่สับสนได้แค่นี้ ถ้าเลยนี้ไปจะเริ่มแก่วงๆ มั่วๆแล้วครับ) จากนั้นก็ให้นาฟต้าไปหยิบสีเทียนมา 1 แท่ง นาฟต้าเลือกสีเหลือง และเหมือนจะรู้ว่าป่าป๊าก็ต้องใช้เพราะเค้าเลือกสีเขียวมาให้ป่าป๊าอีกหนึ่งแท่ง

ผมอธิบายให้นาฟต้าฟังว่าให้ช่วยกันหาเลขเรียงไปตั้งแต่ 1 จนหมดตัวเลขทีอยู่บนกระดาษ ถ้าเจอแล้วให้วงกลมล้อมรอบเอาไว้ นาฟต้าทำหน้างง ผมเห็นสีหน้าแล้วก็เลยรีบหาเลข 1 ที่เขียนไว้แล้ววงให้ดูเป็นตัวอย่างจากนั้นถามเค้าว่าเลขอะไรเป็นตัวต่อไป นาฟต้ารีบตอบว่า 2 แล้วตั้งหน้าตั้งตาหาจนเจอแล้ววงกลมด้วยสีเหลือง พอเลข 3 ก็ไม่มีใครรอใครแล้วครับรีบแย่งกันหาใหญ่เลย

เล่นกันไปซักพักผมเห็นท่าไม่ดี กลัวจะจบเกมส์เร็ว เดี๋ยวไม่ได้พักก็เลยแกล้งหาไม่เจอบ้าง ให้เค้าหาไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายถึงเลข 70 สรุปนาฟต้าชนะไปที่คะแนน 38 ต่อ 32 เป็นเกมส์ที่เล่นได้ทุกที่เพียงแค่มีกระดาษกับดินสอจริงๆครับ สำหรับเด็กเล็กๆ ผมเคยเขียนเรื่องเกมส์หาตัวเลขสำหรับเด็กเล็กเอาไว้ลอง คลิกที่นี่ แล้วเข้าไปอ่านดูกันนะครับ

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

ลูกบอลสมาธิ

ของเล่นชิ้นนี้เป็นของเล่นที่ได้มาจากน้องชายเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ที่ซื้อมาฝากจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่กรุงเทพฯ ซึ่งก็เป็นของเล่นฆ่าเวลาของผมเป็นอย่างดี ปกติจะวางไว้ที่โซฟา พอทำงานกลับมานั่งที่โซฟาที่บ้านก็มักจะยกขึ้นมาเล่นนิดๆ หน่อยๆ พอให้ผ่อนคลายเพราะว่ามันช่วยให้เราไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นๆจริงๆ ครับ เวลาเล่นต้องตั้งสมาธิจริงๆ สมชื่อของมันเลย วิธีการเล่นคือบังคับลูกเหล็กสีเงินลูกเล็กๆ ที่อยู่ภายในลูกบอลอีกที ให้มันเคลื่อนที่ไปตามรางในรูปแบบต่างๆ ที่ไล่เรียงไปตั้งแต่ เลข 1 และไปจบสิ้นสุดที่เลข 100 ครับ

IQ Ball
IQ Ball

ผมก็เล่นลูกบอลนี้มาปีกว่าแบบไม่ค่อยได้จริงจังกับมันซักเท่าไร นาฟต้าเค้าก็เห็นของเล่นนี้มานานครับ เคยให้ผมอธิบายวิธีเล่นให้ฟังอยู่บ้าง ผมก็สอนและเล่นให้ดูอยู่หลายครั้ง ตัวนาฟต้าเองก็หยิบกลิ้งเล่นบ้าง โยนบ้าง (โดนผมดุไปหลายทีเวลาเอามาโยนเล่น) ไม่เคยเห็นเค้าเอามาเล่นแบบถูกวิธีเลย ด้วยความที่คิดว่ามันคงยากไปสำหรับเด็กอายุ 3-4 ขวบ ก็เลยไม่ค่อยได้เอามาเป็นกิจกรรมเล่นกับเค้า จนกระทั่งหลายวันก่อนผมหยิบขึ้นมาเล่นโดยที่นาฟต้านั่งอยู่ข้างๆ พอดี ผมเล่นมาได้ไกลพอสมควรแล้วก็พลาดทำลูกเหล็กตกราง ได้ยินเสียงอุทานเสียงดังมาจากข้างๆ ดังจนผมตกใจหันไปมองต้นเสียงเป็นลูกชายตัวเล็กนี่เอง เค้าทำหน้าเศร้าบอกว่า “ป่าป๊าตั้งใจหน่อยได้ไหม นาฟต้าอยากเห็นมันไปถึงเลขหนึ่งร้อย ถ้าป่าป๊าตั้งใจก็ทำได้อยู่แล้ว” ผมมาฮึดเอาตอนที่ได้ยินลูกพูดว่า ถ้าป่าป๊าตั้งใจก็ทำได้อยู่แล้ว นี่ละครับ ก็เลยบอกนาฟต้าไปว่า ได้เลยครับ ป่าป๊าจะตั้งใจ แล้วในที่สุดก็ทำได้ครับ หลังจากที่ทำลูกเหล็กตกไปอีกสองสามที ซึ่งก็มีเสียงลุ้นอยู่ข้างๆตลอด จากที่ทำได้จนถึงวันที่นำมาเขียนบล๊อคนี้ก็หลายวันแล้วอย่างที่กล่าวผมเห็นนาฟต้าหยิบมาเล่นทุกวันเลยครับ เค้าบอกว่าอยากทำไปที่ 100 อย่างป่าป๊าบ้าง ผมก็ไม่ค่อยได้สอนได้ช่วยอะไร แต่จากที่เค้าเห็นผมเล่นอยู่ตั้งเกือบปี ก็พอจะเล่นเองได้และล่าสุดเค้าเล่นจนผ่านเลข 30 มาได้แล้ว ผมเองก็รู้สึกดีใจที่เค้าทำได้กว่า 1 ใน 3 ของเส้นทางทั้งหมดในลูกบอล ………… พยายามต่อไปนะลูกพ่อ

วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2556

ของหวานรับลมร้อน เต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด

กิจกรรมง่ายๆ สนุกๆ รับหน้าร้อนนี้ครับ วันนี้นาฟต้าจะมาชวนกันทำเต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด ที่แสนง่ายจนน่าตกใจครับ เด็ก 4 ขวบทำเองได้สบายๆ (แต่ต้องอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน) ส่วนประกอบก็มี นมสด น้ำสะอาด ฟรุ๊ตสลัด และตัวช่วยแสนวิเศษของผมคือเต้าฮวยผงสำเร็จรูป ที่มีจำหน่ายทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าครับ


เริ่มจากตวงนมสด 2 ถ้วยตวง และ น้ำเปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวงลงในหม้อครับ ขึ้นตอนนี้ผมให้ลูกชายทำเองเลยครับ ก็ได้สอนเรื่องมาตรวัดที่เรียกว่าถ้วยตวงไปด้วยในตัวครับ ซึ่งเจ้าจอมซนฟังผมอธิบายครั้งเดียวก็เข้าใจเลยครับว่า ถ้วยที่ป่าป๊าเอามาให้เรียกว่าถ้วยตวงและขีดสีแดงที่มีเลข 1 กำกับอยู่นั้นคือตำแหน่งที่ทำให้นมหรือน้ำเท่ากับ 1 ถ้วยตวง ที่จริงแล้วในซองเค้าให้ผสมผงเต้าฮวย 1 ซองต่อน้ำ 3 ถ้วยตวง แต่ผมปรับสูตรใส่นมลงไปแทนน้ำ ตั้ง 2 ถ้วยตวง เพราะอยากให้ลูกชายได้ทานนมด้วยครับ  เมื่อตวงเสร็จแล้ว เกินนิดขาดหน่อยก็ไม่เป็นไรครับ มือน้อยๆ ของเด็กๆ อาจทำให้ไม่ได้สัดส่วนที่ตรงเป๊ะชนิดทำขนมส่งประกวด จากนั้นก็ติดเตาอุ่นนมให้เริ่มร้อนครับ เมื่อเห็นนมเริ่มร้อน ก็ใส่ผงเต้าฮวยลงไปเลยครับ ให้เค้าคนไปเรื่อยๆ จนละลายเข้ากันดีเป็นอันเสร็จครับ ปิดเตาแล้วก็รอให้เย็นลงนิดนึง ระหว่างรอก็คุยกันเรื่องผลไม้ในฟรุ๊ตสลัดก็ได้ครับ เช่นถามว่า ในฟรุ๊ตสลัดมีอะไรบ้างน้า หรือเล่นเกมส์พูดชื่อผลไม้ก็ได้ครับ กว่าจะเล่นกันเสร็จ เต้าฮวยก็เย็นพอดี


เตรียมถ้วยแก้ว ถ้วยพลาสติก หรือชามก็ได้ครับตามสะดวก ให้เด็กๆ ตักเต้าฮวยใส่ถ้วย อย่างในรูปครับ ผมเองแอบตกใจเล็กน้อยที่เห็นแก้วช้างอยู่นรูป ผมไม่ได้ทานช้างนะครับ แฮ่ๆๆๆ เป็นแก้วที่แถมมาครับ เมื่อตักเต้าฮวยลงถ้วยเสร็จแล้วก็เอาเข้าไปแช่ตู้เย็นครับ ให้เต้าฮวยจับตัวเป็นวุ้น ซักประมาณ 30 นาทีครับ จากนั้นก็เอาฟรุ๊ตสลัดมาแต่งหน้า แล้วก็ทานได้เลยครับ อากาศร้อนๆอย่างนี้ได้ทานเต้าฮวยฟรุ๊ตสลัดฝีมือลูกๆ คงจะเย็นกายชื่นใจกันไม่น้อยเลยครับ รับรองว่าจะทั้งอร่อยทั้งได้เสียงหัวเราะในครัวแน่นอน

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิศวกรน้อย


ของเล่นดี ที่น่าซื้ออีกชิ้นครับ ชื่อว่า Integrate หรือวิศวกรน้อย เป็นของเล่นของคนไทยที่คุณภาพดีมาก เมื่อเทียบกับราคาแค่ 199 บาทเท่านั้น ทีแรกกะว่าจะซื้อมาเล่นเองคลายเครียด ผลปรากฏว่าลูกชายชอบเล่นมากเลยทีเดียว มีลักษณะ เป็นตัวต่อ 9 ชิ้น รูปร่างต่างๆ กันอย่างในรูปครับ เค้าบอกว่าเล่นได้ตั้งแต่เด็ก 2 ขวบยันแก่เป็นคนเฒ่า ก็ยังเล่นได้ครับ


ข้างในก็มีคู่มือวิธีการเล่นและด่านต่างๆ มาให้ด้วย สำหรับเด็กเล็กๆ ก็ใช้สอนเรื่องรูปทรงกันไปก่อน พอโตอีกนิด ก็จะมีแบบฝึกหัดให้เด็กๆ ลองทำครับ สำหรับเด็ก 4 ขวบอย่างลูกชายผมก็ให้เอาตัวต่อออกมาทั้งหมดแล้วก็เรียงกลับลงไปอย่างในรูปข้างล่างนี้


นาฟต้าชอบเล่นเรียงลงกล่องมาก บางครั้งก็ใช้เวลานานหน่อย แต่ก็ช่วยให้เค้าได้ฝึกสมาธิ แถมได้เรียนรู้เรื่องรูปทรง รูปสมมาตร มิติสัมพันธ์ และฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กให้สัมพันธ์กับการมองเห็นจากการหยิบตัวต่อลงช่องให้พอดีกันด้วยครับ นอกจากนี้บางครั้งนาฟต้ายังเอาตัวต่อทั้ง 9 ตัวนี้มาต่อเป็นรูปทรงอิสระต่างๆ เช่น ช้าง สะพาน ตึก ซึ่งเสริมสร้างจินตนาการในเด็กได้มากครับ ส่วนตัวแล้วผมถือว่าเกมส์วิศวรน้อยนี้เป็นเกมส์กระตุ้นพัฒนาการที่ดีเยี่ยมทีเดียว


ด่านที่ยากขึ้นไปก็เช่นทำให้เป็น 2 ชั้นอย่างในรูปข้างล่าง หรือ รูปทรงต่างๆ ที่มีมาให้ในคู่มือครับ เวลานาฟต้าไม่ได้เล่น ผมก็เอามาเล่นแทนครับ คุ้มจริงๆ เล่นได้ทั้งครอบครัว

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ลงแข่ง hotwheel ครั้งแรก

เมื่อสัปดาห์ก่อนนาฟต้าไปเดินเล่นกับคุณแม่เค้าที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังในเชียงใหม่ ประจวบกับที่โซนของเล่นเด็กได้มีการจัดการแข่งขันรถ HOTWHEELS อยู่พอดี นาฟต้าเห็นเพื่อนๆ พี่ๆ หลายคนขนรถแข่งคันจิ๋วมาเตรียมลงแข่งขันกันมากมาย ก็เลยคันไม้คันมืออยากแข่งกับเค้าบ้าง ตอนแรกที่รู้คิดในใจว่า นาฟต้าจะเข้าใจคำว่าแข่งขันหรือยังนะ แฟนผมเห็นนาฟต้าทำตาหน้าอ้อนวอนจึงตกลงปลงใจซื้อรถ HOTWHEELS ให้เป็นทุนรอนในการลงแข่งครั้งนี้ถึง 7 คัน


จากนั้นก็รีบวิ่งแจ้นไปโต๊ะลงทะเบียน ทันทีจากนั้นก็ได้เข้าร่วมแข่งขันสมใจ


ผลปรากฏว่านาฟต้าทำการแข่งขันไปทั้งหมด 12 รอบ ผ่านรอบแรก 6 คัน แต่รอบที่สองตกรอบหมด รวมระยะเวลาในการแข่งขัน ตั้งแต่ลงคันแรกจนถึงคันสุดท้ายที่นาฟต้าได้เข้ารอบกินเวลากว่า 2 ชั่วโมง ผมเองก็ทึ่งในความอดทนของลูกชาย ที่สามารถรอคอยดูได้นานขนาดนี้ แล้วคิดว่าการลงแข่งครั้งนี้ก็ทำให้เค้าได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ตั้งแต่ การรอคอย ความอดทน เรียนรู้การแพ้ชนะ และนี่ก็เป็นการผิดหวังจากการแข่งขันครั้งแรกของนาฟต้าด้วยครับ เพราะนาฟต้าเค้าคาดหวังว่าเค้าต้องได้รางวัลอย่างใดอย่างหนึ่งกลับบ้านอย่างแน่นอน แต่กลับตกรอบตั้งแต่รอบ 2 ทำให้ไม่ได้ของรางวัลอะไรเลย


อีกอย่างที่นาฟต้าได้เรียนรู้คือการจดบันทึกครับ เพราะเค้าต้องคอยจดว่าคันไหนลงไปแล้วทั้งของเค้าเอง และของเพื่อนๆ ที่ลงแข่งด้วย เพื่อที่จะได้ไม่ลงซ้ำให้ผิดกติกาครับ เมื่อกลับมาบ้านแล้วประเด็นการแข่งขันนี้ก็ยังเป็นหัวข้อในการพูดคุยกันในบ้านอย่างสนุกสนานไปอีกหลายวันทีเดียว และเค้าก็หมายมั่นปั้นมือว่าสัปดาห์หน้าที่จะมีการแข่งขันรอบสุดท้ายในซีซั่นนี้ก็จะไปลงแข่งอีกอย่างแน่นอนและจะต้องเอารางวัลกลับมาให้ได้ เห็นความมุ่งมั่นของลูกชายขนาดนี้ ผมเองก็ไม่พลาดที่จะพาเค้าไปอย่างแน่นอนครับ