แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิจกรรมมอนเตสซอรี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิจกรรมมอนเตสซอรี แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ฝึกสานเชือก ; มอนเตสซอรี DIY

ด้วยความที่ว่าบ่ายแก่ๆ วันหนึ่งที่ป่าป๊าไม่รู้จะทำอะไรดี นาฟต้าก็นั่งเล่นเกมส์จาก iPad ที่ยืมมาจากพี่มีน (ลูกพี่ลูกน้องของนาฟต้า) มานานสองนานแล้ว เห็นแล้วขัดหูขัดตาไม่อยากให้หน้าลูกชายจมลงไปติดกับ iPad มากกว่านี้ครั้นจะออกคำสั่งให้หยุดทันทีก็กลัวจะมีปากเสียงกับลูก เลยต้องหาอะไรมาดึงดูดความสนใจซะหน่อย หันไปหันมาเจอกล่องนมที่ม่าม๊ากำลังจะเอาออกมาทิ้งพอดี เลยจัดการแปลงเป็นของให้เล่นดีกว่า คิดแล้วก็นึกถึงเรื่องการร้อยเชือกขึ้นมา ว่านาฟต้าไม่ได้ฝึกอะไรเทือกนี้มานานแล้ว เรื่องการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยการสาน เป็นหนึ่งในกิจกรรมมอนเตสซอรี่ ที่เคยนำเสนอไปแล้วในกิจกรรมสานกระดาษ ซึ่งมีความคล้ายกับกิจกรรมนี้ครับ


งานสานเชือก


ก็เลยเอากล่องดังกล่าวไปตัดฝาด้านบนออก เจาะรูที่ด้านข้างทั้งสองข้างด้วยเครื่องเจาะกระดาษ ให้ห่างกันรูละ 4 เซนติเมตร จะได้ข้างละประมาณ 8 รู แล้วก็เอาเชือกมัดกล่องไปรษณีย์ของม่าม๊ามาร้อยกับรูสลับไปมาทั้งสองข้างให้เป็นแนวอย่างในรูปครับ จากนั้นก็ต้องออกตามหาเชือกแบนๆ มาสำหรับให้ร้อยเชือกครับ ส่วนเชือกที่ใช้ร้อยแนะนำให้หามาซัก 2 สี เวลาร้อยจะสลับสีไปมาเด็กๆ ได้เห็นถึงลายที่เกิดขึ้นเป็นการฝึก Pattern sense ของเด็กด้วยครับ เมื่อได้ของครบ ผมก็รีบเอาของเล่นใหม่ไปนำเสนอลูกชายทันที อาจเป็นเพราะเล่น iPad มานานแล้วเลยเบื่อ หรือของเล่นผมน่าสนใจมากก็ไม่รู้ครับ เพราะเจ้าตัวเล็ก วาง iPad ทันทีแล้วก็รีบมาลองเล่นของเล่นใหม่เลยครับ นาฟต้าเค้าเคยสานกระดาษมาแล้วของเล่นสานเชือกอันนี้ก็เลยเล่นได้แค่สองรอบเท่านั้น จากนั้นกล่องนี้ก็กลายไปเป็นฐานทัพอวกาศให้เหล่าหุ่นยนต์บาคุกันเข้าครอบครองไปซะอย่างงั้น ถึงจะใช้เป็นอุปกรณ์ฝึกกล้ามเนื้อมือมัดเล็กได้ไม่นาน แต่ก็คุ้มค่าครับเพราะเค้าเอามาจิตนาการเป็นของเล่นอย่างอื่นต่อได้ ส่วนพ่อแม่ที่มีลูกเล็กประมาณ 3 ขวบ ผมแนะนำให้ทำกล่องฝึกสานแบบนี้ให้เค้าเล่นครับ ได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก ฝึกความสัมพันธุ์ระหว่างกล้ามเนื้อและการมองเห็นอีกด้วยแถมจัดทำง่ายเพราะว่าอุปกรณ์ที่ว่าคงมีอยู่กันทุกบ้านที่มีเด็กเล็กๆ ครับ

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แนวทางมอนเตสซอรี่

แนวทางและข้อดีของมอนเตสซอรี่




  1. มอนเตสซอรี่จะส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเด็กเอง โดยเด็กๆจะได้รับงานมาทำในเวลาเรียน แล้วได้ใช้เวลากับอุปกรณ์นั้นๆเพื่อค่อยๆเรียนรู้วิธีการใช้ และนำไปใช้หลังจากที่ครูแนะนำอุปกรณ์
  2. เด็กแต่ละคนก็จะได้เรียนรู้ไปตามความสามารถของตนไม่กฏเกณฑ์เรื่องลำดับขึ้นในการเรียน หรือการกำหนดว่าอายุเท่าไรต้องทำงานชิ้นไหนได้ก่อน เด็กบางคนอายุน้อยแต่ถ้ามีทักษะในด้านนั้นๆมาก หรือมีความสนใจในงานนั้นมากก็อาจทำได้ก่อน และจะไม่เปรียบเทียบแข่งขันกับคนอื่นๆ

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

เรียนรู้สิ่งตรงข้ามจากการสัมผัส

จากหนังสือกิจกรรมมอนเตสซอรีที่แนะนำให้เด็กเรียนรู้เรื่องความหนาแน่นของวัตถุและผลกระทบต่อประสาทสัมผัส เมื่อเข้าใจแนวคิดนี้ เด็กก็จะได้เรียนรู้ว่าวัตถุที่ไม่ต้านสัมผัสจะ "นิ่ม" และวัตถุที่ต้านสัมผัสจะ "แข็ง" กิจกรรมนี้เริ่มด้วยการแนะนำให้รู้จักสิ่งตรงข้ามเช่นเดียวกับกิจกรรมเรียนรู้เรื่องสัมผัสหยาบและละเอียด เมื่อเด็กเรียนรู้แล้วจึงค่อยต่อยอดจากนี้ ดังนั้นท่านผู้ปกครองจำเป็นต้องทำกิจกรรมนี้จากง่ายไปยากตามลำดับ เริ่มจากเตรียมวัตถุเล็กๆทั้งแข็งและนิ่มปนกัน 6-8 ชิ้น เช่น ลูกหิน ไม้ แป้งโด และดินน้ำมัน ใส่ภาชนะแล้วมาวางไว้ข้างหน้าเด็ก

  • จากนั้นหยิบวัตถุแข็งออกมาจากตะกร้าแล้ววางไว้ทางซ้ายมือ จากนั้นหยิบวัตถุนิ่มออกมาจากตะกร้าแล้ววางไว้ทางขวามือ
  • กดปลายนิ้วบนวัตถุแข็งและพูดว่า "แข็ง" ทำซ้ำกับวัตถุนิ่ม และพูดว่า "นิ่ม"
  • ส่งวัตถุทั้ง 2 ชิ้นให้เด็ก แล้วให้กดบนผิวตามที่แสดงให้ดู
  • ให้เด็กสัมผัสผิววัตถุครั้งแรก จากนั้นลองให้เด็กสัมผัสใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้ให้พูดคำว่า "แข็ง" และ "นิ่ม" ด้วย
  • ทีนี้ก็ให้เด็กแยกวัตถุที่เหลือว่าแข็งหรือนิ่ม
ผมลองให้นาฟต้าทำกิจกรรมนี้ตั้งแต่ 2 ขวบแล้วครับ ทำตามหนังสือแค่ครั้งเดียวก็เข้าใจว่าแข็งและนิ่มต่างกันอย่างไรแล้วครับ ทีนี้เวลาเราทำกิจกรรมอื่นๆ ก็จะคอยพูดบอกเค้าอยู่บ่อยๆว่าอันนี้นิ่มจัง หรือว่าบล๊อคไม้มันแข็งจังเลย ทำไปซ้ำกับทุกๆกิจกรรมนาฟต้าก็จะแยกของแข็งกับของนิ่มออกจากกันได้ครับ

วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555

มอนเตอสซอรี่ คืออะไร

มาเรีย มอนเตสซอรี
มีคนมาถามหลายคนเพราะว่าได้อ่านเรื่องกิจกรรมมอนเตสซอรี่ที่ผมลงไว้ 6 กิจกรรม แล้วก็เกิดสงสัยว่า มอนเตสซอรีคืออะไร วันนี้ก็เลยมาขยายความให้ฟังครับ มอนเตสซอรีเป็นชื่อคนครับผม เธอมีชื่อเต็มๆ ว่า "มาเรีย มอนเตสซอรี" เกิด ณ กรุงโรม ว่าแล้วขอลอกข้อความมาจากหนังสือเรื่องฝึกให้หนูลงมือทำกิจกรรมตามแนวคิดมอนเตสซอรีมาเลยแล้วกันครับ มอนเตสซอรี่เป็นสตรีคนแรกที่สำเร็จการศึกษาทางการแทพย์จากมหาวิทยาลัยโรม เธอเป็นผู้อำนวยการสกูโอลาออร์โตเฟรนีก้า (ชื่อโรงเรียนอ่านยากครับ ผมยังงง) ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กที่ต้องได้รับการศึกษาเป็นพิเศษ และในปี ค.ศ. 1900 มอนเตสซอรีได้สอนวิชามานุษยวิทยาด้านการสอนที่มหาวิทยาลัยโรม ในปี ค.ศ. 1907 เธอก็ได้ก่อนตั้งโรงเรียนสำหรับเด็กในชุมชนแออัดแห่งแรกขึ้นชื่อคาเซเดอีแบมบีนี ในขณะนั้นเธอก็ได้คิดค้นวิธีการสอนซึ่งต่อมาได้กลายเป็นวิธีการสอนที่มีชื่อเสียงระดับโลกในปัจจุบัน ข่าวเกี่ยวกับการปฏิวัติวิธีการสอนของเธอแพร่หลายอย่างรวดเร็ว และมีผู้นำวิธีการสอนแนวนี้ไปใช้ในหลายโรงเรียน ต่อมาไม่นานผู้คนจำนวนมากก็มาเยี่ยมชมที่โรงเรียนแห่งนี้ วิธีการสอนของมอนเตสซอรีจึงเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังระดับนานาชาติตั้งแต่บัดนั้น

ความเชื่อที่ฉีกแนวที่สุดของมอนเตสซอรี คือ การให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมขณะเรียนของเด็ก มอนเตสซอรีเชื่อว่าเด็กจะเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้นก็ต่อเมื่อพวกเขาได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ตัวเขาเองเป็นศูนย์กลาง ปัจจุบันไม่ได้มีเพียงโรงเรียนมอนเตสซอรี่เท่านั้น แต่ทุกโรงเรียนต่างยอมรับว่าสภาพแวดล้อมมีส่วนในด้านพัฒนาการของเด็ก (ซึ่งแนวคิดนี้ผมเองยอมรับ และสนับสนุนอย่างสุดตัวเลยครับว่าสภาพแวดล้อมนั้นส่งผลให้เด็กๆ อยากเรียนรู้และพัฒนาได้เป็นอย่างดีจริงๆ)


มอนเตสซอรีอ้างว่าไม่ได้คิดวิธีสอนเอง แต่แนวคิดในการสอนเด็กๆเกิดจากการเฝ้าสังเกตเด็กอย่างใกล้ชิดเท่านั้น จากการสังเกตจึงพบความต้องการของเด็กดังนี้
  • ความสนุกสนานในการเรียนรู้
  • ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
  • ความต้องการที่จะคิดและตัดสินใจเอง
  • ความต้องการการยกย่องและรับฟังความคิดเห็น
  • ความสนใจในเรื่องจริงและเรื่องแต่ง
มอนเตสซอรียืนยันว่าสิ่งที่เด็กต้องการเหล่านี้เป็นสากล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศ เพศ เผ่าพันธุ์ หรือภูมิหลังของเด็ก หลังจากมอนเตสซอรีถึงแก่กรรมในปี ค.ศ. 1952 แนวคิดนี้ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปจากแนวคิดเริ่มแรกในปี ค.ศ. 1909 

เป็นอย่างไรบ้างครับ อ่านแล้วนึกอยากให้ตัวเองได้เจอมอนเตสซอรีตั้งแต่เรายังเด็กๆบ้างหรือเปล่า ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับเธอและอยากให้ตัวเองได้เรียนตามแนวของมอนเตสซอรีในตอนเด็ก แต่ผมก็ย้อนเวลากลับไปนานขนานนั้นไม่ได้ ตอนนี้ก็ได้แต่ใช้แนวทางของเธอมาประยุกต์ในการอบรม สอนและเล่นกับเจ้าตัวแสบนาฟต้า ลูกชายสุดที่รักของครอบครัวผมนั้นเอง (ถ้าใครสนใจและอยากศึกษาต่อ แนะนำให้ไปหาหนังสือ "ฝึกให้หนูลงมือทำกิจกรรมตามแนวคิดมอนเตสซอรี" มาอ่านนะครับ กิจกรรมหลายอย่างผมก็อ้างอิงจากเล่มที่กล่าวมานี้ละครับ)




วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

กระดาษร้อยเชือกแสนสนุก

ช่วงนี้นาฟต้ากำลังติดการ์ตูนเรื่องโปเกมอนครับ ผมเองเลยออกไอเดียกระตุ้นพัฒนาการเจ้าตัวยุ่งประจำบ้านซักหน่อย โดยจะทำของเล่นเสริมพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและการฝึกทักษะการเย็บ  ผมประยุกต์การทำของเล่นชิ้นนี้มาจากกิจกรรมมอนเตสซอรี่ ในหนังสือฝึกให้หนูลงมือทำกิจกรรมตามแนวคิดมอนเตสซอรี่ครับ ผมก็เริ่มจากค้นหารูปเหล่าโปเกมอนที่นาฟต้าชื่นชอบอันได้แก่ ปิกาจู (กระรอกสายฟ้า) ฮิโกซารุ (ลิงไฟ) โพจจามะ (นกแพนกวิน) และ นาเอทอล (จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่านาเอทอลเป็นตัวอะไรกันแน่) รูปพวกนี้คุณกูเกิลเค้าหามาให้ภายในอึดใจเดียวครับ จากนั้นก็ปริ้นออกมาเตรียมไว้เลยครับหลังจากนั้นก็ไปเตรียมอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นกัน

อุปกรณ์
- กระดาษแข็งสีต่างๆ (ควรใช้กระดาษ 120 แกรมขึ้นไป)
- ตาไก่แท่ง สำหรับเจาะ ผมเลือกใช้เบอร์ 9 ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ผมแนะนำให้ใช้เบอร์ที่ใหญ่กว่านี้ เจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้หาซื้อได้ที่ร้านเครื่องเขียนขนาดใหญ่ทั่วไปครับ ที่เชียงใหม่ผมไปซื้อที่ร้านเชียงใหม๋พลาสติก แต่ที่กรุงเทพผมเคยเห็นที่ศึกษาภัณฑ์ ผมซื้อมาเตรียมไว้ใช้  3 ขนาด คือเบอร์ 5 เบอร์ 9 และเบอร์ 15 แท่งละประมาณ 15 บาทครับ
- เชือกสำหรับให้เด็กร้อย ต้องมั่นใจว่าขนาดของเชือกเล็กกว่าขนาดของรูที่เจาะนะครับ อาจใช้เชือกรองเท้าขนาดเล็กก็ได้ครับ
- กรรไกร
- กาว
- สติกเกอร์ใส (ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ)
- ค้อน
- รูปตัวการ์ตูนที่เด็กๆ ชื่นชอบ

อุปกรณ์ สำหรับทำ กระดาษร้อยเชือก

วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555

เรียนรู้สัมผัสเรื่องหยาบและละเอียด

กิจกรรมนี้สอนเรื่องความแตกต่างระหว่างพื้นผิว โดยผมเอาวิธีทำกิจกรรมมาจากหนังสือ ฝึกให้หนูลงมือทำกิจกรรมตามแนวคิดมอนเตสซอรี (เขียนโดย Maja Pitamic) เตรียมได้ง่ายและสอนให้เด็กรู้จักความหยาบและเรียบโดยใช้กระดาษทราย กระดาษทรายเป็นวัสดุที่ช่วยกระตุ้นการรับรู้ทางประสาทสัมผัสได้ดี และแสดงความตรงข้ามระหว่าพื้นผิวหยาบและเรียบได้อย่างชัดเจน ก่อนเริ่มกิจกรรมผมก็พานาฟต้าไปล้างมือก่อนครับเพื่อให้นิ้วไวต่อการสัมผัส

อุปกรณ์
- กระดาษทรายแบบหยาบ (ผมหามาได้เป็นเบอร์ 4 ครับ)
- กระดาษทรายแบบเรียบ (ผมใช้เบอร์ 0 ครับป
- ภาชนะสำหรับใส่กระดาษทราย

เตรียมกระดาษทรายแต่ละชนิดโดยตัดออกเป็น 6 ชิ้น ใส่ในภาชนะ แล้วให้เด็กนั่งทางด้านซ้ายของเราครับ จะได้เห็นเวลาเราสาธิตได้ชัดเจน วางชามใส่กระดาษทรายไว้ด้านหน้า แล้วก็นำชิ้นกระดาษทรายออกมาว่างเป็นแถวด้านหน้านาฟต้า (โดยให้กระดาษทรายแบบหยาบและเรียบปนกัน) เหมือนในรูปครับ


ใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางลูบกระดาษทรายแต่ละชิ้นที่เรียงเป็นแถวโดยเริ่มจากด้านซ้าย เมื่อลูบกระดาษทรายหยาบก็ให้พูดว่า "หยาบ" แล้วนำกระดาษชิ้นนั้นไปวางทางด้านซ้ายมือ แล้วก็ลูบกระดาษทรายชิ้นใหม่เพื่อหาชิ้นที่เรียบ เมื่อพบก็ให้พูดคำว่า "เรียบ" จากนั้น นำชิ้นกระดาษทรายที่เรียบไปวางไว้ทางด้านขวามือ พอหมดแล้วผมก็ส่งกระดาษทรายทั้ง 2 ชิ้นให้นาฟต้าดู และบอกให้นาฟต้าลองสัมผัสดูที่ผิวกระดาษทรายถ้าเค้าสัมผัสกระดาษทรายหยาบ เราก็บอกเค้าว่ามันหยาบ ถ้าเค้าสัมผัสกระดาษทรายเรียบ เราก็บอกเค้าว่าเรียบครับ และก็ให้นาฟต้าพูดตามไปด้วย ทีนี้ก็ให้นาฟต้าแยกกระดาษทรายทีเรียงอยู่ออกเป็นกองอย่างที่เราทำให้เค้าดูตอนแรก

รอบสุดท้ายก็นำกระดาษทรายทั้งหมดมาคละกันในชามแล้วก็ให้นาฟต้าแยกกระดาษทรายแบบหยาบและเรียบออกจากกันครับ


ไม่รู้ว่านาฟต้าเห็นว่ากิจกรรมนี้มันง่ายหรือว่าผมเอามาให้ทำในช่วงเช้าเกินไป นาฟต้าทำกิจกรรมเสร็จแล้วก็ไม่ร้องขอทำอีกเหมือนกิจกรรมอื่นๆเลยครับ แต่อย่างน้อยเจ้าตัวยุ่งนาฟต้าก็สามารถแยกกระดาษทรายหยาบกับเรียบได้โดยไม่มีผิดเลยสักอันเดียว และหลังจากทำกิจกรรมนี้แล้วทั้งวันเวลาผมเจออะไรก็จะคอยถามนาฟต้าอยู่ตลอดว่าของนั้นเรียบ หรือหยาบ เช่น โซฟาหนังกับโซฟาผ้า เปลือกต้นไม้กับใบไม้ กางเกงยีนของป่าป๊ากับกระโปรงผ้าของม่าม๊า ถือเป็นการเรียบรู้กับสิ่งรอบตัวไปด้วยครับผม แต่ถ้านำกิจกรรมไปทำกับเด็กเล็กแล้วเด็กตอบผิดก็อย่างเครียดนะครับ ให้เก็บไปก่อน แล้วค่อยเอาออกมาทำใหม่วันหลังครับผม (ตอนทำกิจกรรมนี้ นาฟต้าอายุ 2 ขวบ 6 เดือนครับ)


วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2555

ถั่วสร้างสมาธิ

นี่เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เตรียมได้ง่ายมากครับผม อุปกรณ์ที่ใช้ก็สามารถเสกขึ้นมาได้ภายใน 5 วินาที ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้เด็กได้หลากหลายด้านทีเดียวครับ เรามาเริ่มเตรียมอุปกรณ์กันเลยดีกว่าครับ ได้แก่ ถ้วยและช้อนขนาดเล็ก ขวดพลาสติก ถาดสำหรับรอง เมล็ดธัญพืขต่างๆ (อาจใช้ข้าวสาร หรือลูกปัดเม็ดเล็กๆ แทนก็ได้ครับ)



เมื่อเตรียมอุปกรณ์เสร็จแล้วก็เรียกเจ้าตัวเล็กมาได้เลยครับ ตอนแรกผมจะเริ่มอธิบายก่อนว่า สิ่งที่อยู่ในถ้วยคืออะไร ก็ได้แก่ ถั่วแดง ที่เรียกถั่วแดงเพราะมันมีสีแดง อันต่อไปก็คือถั่วเขียว และถั่วดำ เหมือนเดิมครับอธิบายว่าที่เรียกถั่วเขียวและถั่วดำก็เพราะมันมีสีเขียวกับสีดำ และที่เม็ดเล็กที่สุดสีขาวๆ เรียกว่าข้าวสารนะ ไม่ใช่ถั่วขาว เป็นอันว่าได้เรียนรู้เรื่องชนิดของธัญพืชและข้าวสารไปในตัวด้วยก่อนลงมือเล่น พอถึงตอนนี้นาฟต้าก็คันไม้คันมืออยากเล่นมากแล้วครับ ผมก็จะเริ่มสอนวิธีเล่นโดยการให้ใช้มือจับช้อนแล้วตักเจ้าเม็ดถั่วต่างๆทีละนิดแล้วกรอกใส่ลงไปในขวดครับ แนะนำว่าเล่นครั้งแรกควรเลือกขวดที่มีปากกว้างสักนิดครับเด็กจะได้ไม่รู้สึกว่ายากจนเกินไป แล้วก็ส่งช้อนให้เด็กๆเริ่มเล่นได้เลยครับ
ช่วงแรกๆนาฟต้าก็ยังตัดไม่ค่อยได้ครับ จะหกออกจากปากขวดเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็ต้องคอยสอนว่าให้ใจเย็นๆและตักทีละน้อยๆให้เริ่มเม็ดใหญ่ๆทีละเม็ดก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มให้เยอะขึ้น ครั้งแรกที่ให้เล่น ก็นั้นเล่นได้เป็นครึ่งชั่วโมงเลยครับ


อุปกรณ์เล่นเสร็จแล้วอย่างทิ้งนะครับสามารถนำไปทำกิจกรรมอื่นๆต่อได้อีกมากมายเลยทีเดียว กิจกรรมนี้ผมประยุกต์มาจากกิจกรรมของมอนเตสซอรี่อีกที่หนึ่งครับ เหมะสำหรับเด็กตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไป ใช้ฝึกสมาธิได้ดี ฝึกกล้ามเนื่อมัดเล็ก และฝึกการใช้กล้ามเนื้อให้สัมพันธุ์กับประสาทตาด้วยครับ สำหรับเด็กเล็กกว่านี้อาจลองให้ทำดูก่อนก็ได้ครับ แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดครับถ้าเด็กไม่สนใจหรือเล่นผิดวิธีเช่นเอาเข้าปากหรือขว้างปาก็ต้องยุติกิจกรรมแล้วก็เก็บอุปกรณ์ทันทีครับ  แล้วค่อยเอามาให้เด็กเล่นใหม่เมื่อพร้อมครับผม

วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2555

ฝึกคีบสิ่งของ

กิจกรรมนี้เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและก็การทำงานของกล้ามเนื้อให้สัมพันธุ์กับตาครับผม อุปกรณ์นั้นหาแสนง่ายมากๆ ครับผม เด็กๆ จะเห็นว่ากิจกรรมนี้น่าสนใจมาก เพราะตรงกับนิสัยชอบจำแนกประเภท และจัดลำดับของเขา

อุปกรณ์
- กระบอกน้ำขนาดปานกลางให้มีปากกระบอกกว้างสักหน่อยครับ
- คีมคีบน้ำแข็งขนาดเล็ก ที่เด็กจับได้ถนัดมือ
- ลูกบอลขนาดที่คีมสามารถคีบได้ หรือใช้ลูกปิงปองก็ได้ครับ
- ถาดสำหรับใส่อุปกรณ์ ไม่ให้ลูกบอลกลิ้งออกไปได้

อุปกรณ์
เริ่มจากใช้คีมคีบลูกบอลจากในถาดไปไว้ในกระบอกที่เตรียมไว้ จนหมดแล้วเทลูกบอลออกในถาดเหมือนเดิม จากนั้นก็ให้เด็กลองคีบลูกบอลลงไปในกระบอกเองรับผม

คีบลูกบอลให้เด็กดู
นำลูกบอลใส่ลงในกระบอกที่เตรียมไว้



















จากนั้นอาจเพิ่มกระบอกน้ำอีกใบ แล้วก็ให้เด็กลองคีบลูกบอลโดยแยกสีลงในกระบอกที่ต่างกันก็ได้ครับ

ข้อควรระวัง ควรดูแลเด็กระหว่างทำกิจกรรมนี้ทุกครั้ง เพราะเด็กอาจเอาลูกบอลที่มีขนาดเล็กเข้าปากได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจครับจากนั้นอาจเพิ่มกระบอกน้ำอีกใบ แล้วก็ให้เด็กลองคีบลูกบอลโดยแยกสีลงในกระบอกที่ต่างกันก็ได้ครับ





วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมสานกระดาษ


กิจกรรมนี้ช่วยสอนทักษะการเย็บเบื้องต้นและการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้เป็นอย่างดีจัดทำกิจกรรมได้ง่ายๆ ภายในบ้านครับผม ใช้เวลาเตรียมไม่เกิน 3 นาที แถมยังเอากลับมาเล่นได้เรื่อยๆ ด้วยครับ

อุปกรณ์
-กระดาษแข็งสีขนาดประมาณ 20x20 ซม.
-กระดาษแข็งอีกสีหนึงขนาดประมาณ 20x2 ซม.
-กรรไกร หรือคัดเตอร์
-ภาชนะใส่ของ

-ไม้บรรทัด
-ดินสอ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
จากนั้นก็ขีดเส้นตาราง กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร 4 ถึง 5 ช่อง สำหรับเตรียมตัดเป็นช่องไว้สานกระดาษ ดังรูป

ขีดเส้นเตรียมตัดเป็นช่องสำหรับสานกระดาษ
 ตัดกระดาษเป็นช่องตามที่วาดไว้ และก็ตัดกระดาษอีกสีหนึ่งเป็นเส้น ขนาดประมาณ 2 x 15 เซนติเมตร ประมาณ 4 ถึง 5 เส้น (อาจจะใช้กระดาษ 2 สี ก็ได้ครับ เวลาสานแล้วเด็กๆ จะได้เห็นลายกระดาษ) 


กระดาษที่ตัดเป็นช่องแล้ว และกระดาษที่ตัดเป็นเส้นสำหรับสาน

จากนั้นก็ให้เด็ก มาสานกระดาษกันได้แล้วครับผม โดยให้เริ่มจากสานกระดาษให้เด็กดูก่อนครับ สอดกระดาษเข้าไป แล้วข้ามแถบกระดาษที่ขวางอยู่ ทำจากด้านขวามาซ้ายจนถึงปลายสุดครับ สานให้ดูซัก 2 ชิ้น แล้วให้เด็กสานต่อจนเสร็จครับ ส่วนใหญ่แล้ว เด็ก 3 ขวบ จะสามารถจับเส้นกระดาษขนาดกว้าง 2 ซม. ได้ถนัดแล้วครับ แต่ถ้าเด็กยังจับไม่ค่อยถนัด หรืออายุต่ำกว่านี้ แนะนำให้ใช้กระดาษแข็งสีมาทำครับ และอาจตัดกระดาษให้มีจำนวนช่องน้อยลงได้ครับ


ลักษณะการสานกระดาษ
ถ้าเด็กต้องการทำกิจกรรมซ้ำ ก็ให้ดึงชิ้นกระดาษออกอย่างระมัดระวังนะครับ ควรอธิบายด้วยว่าเราต้องระวังเพราะกระดาษอาจบาดมือได้ครับผม