แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ DIY แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ DIY แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บิงโก พยัญชนะ

ของเล่นทำง่ายๆ ช่วยเด็กจำพยัญชนะไทยครับผม คิดว่าทุกบ้านคงมีของเล่นที่เป็นตัวอักษร ภาษาไทย ติดบ้านอยู่บ้าง ลองเอากระดาษมาจัดทำเป็นตาราง 3 X 3 แล้วเขียนพยัญชนะไทยลงไปแบบสุ่ม หรือจะใช้แบบตามในรูปด้านล่างนี้ก็ได้ครับ จากนั้นก็เล่นเหมือนเล่นบิงโกเลย เด็กๆ จะได้ฝึกสังเกต และช่วยในการจดจำพยัญชนะไทยด้วยครับ





ติดตาม นาฟต้า และ นิวตันได้ที่เฟสบุ๊คส่วนตัวของผมได้ครับ ที่ https://www.facebook.com/champ.nagon

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

ของเล่นลงถ้วย

ของเล่นทำง่ายอีกอย่างที่ช่วยฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือ ให้ทำงานประสานกันกับการมองครับ
อุปกรณ์ ก็มีแค่ ถ้วยกระดาษ เชือกความยาวประมาณ 1 ฟุต (สำหรับเด็กประมาณ 4 ขวบ) แล้วก็กระดาษแข็งขนาด 2 X 10 Cm

วิธีการก็เจาะรูที่แล้วกระดาษ ผูกเชือกด้านนึงที่แก้ว แล้วก็ เอากระดาษแข็งที่เตรียมไว้มาม้วนให้เป็นก้อนกลม แล้วก็เอาเชือกอีกด้านผูกติดกับก้อนกระดาษแข็งแบบในรูปครับ

วิธีเล่นก็ให้เด็กๆ ถือถ้วยกระดาษแล้วพยายามเหวี่ยงก้อนกระดาษแข็งลงไปในด้วยครับ


ติดตามนาฟต้าและนิวตันได้ ที่ facebook ส่วนตัวของผมครับ ตามลิ้งค์นี้เลย https://www.facebook.com/champ.nagon

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แท่นวางการ์ด สำหรับเด็ก (ช่วยเด็กเล่นการ์ดเกมส์)

ช่วงหน้าฝนนี้เด็กๆ จะได้ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งลดลง เพราะอากาศไม่เป็นใจ แต่ก็ถึอเป็นโอกาสดีที่จะได้มีกิจกรรมที่ทำกันได้พร้อมๆกันทั้งครอบครัว อย่างเช่นการเล่นการ์ดเกมส์ (Card Game) ต่างๆ ครับ นอกจากสนุกได้ใช้เวลาคุณภาพแล้ว การ์ดเกมส์ยังช่วยสอนทักษะต่างให้กับเด็กๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสังเกต การนับ การรู้จักรอคอย แถมยังเสริมทักษะทางด้านสังคมอีกด้วยเพราะว่าต้องเคารพกติกาของเกมส์นั่นเอง แต่การเล่นการ์ดเกมส์ที่ว่าง่ายแล้วก็ยังมีปัญหาเกิดขึ้นได้เวลาเล่น ปัญหาเล็กๆ ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ของเด็กๆ ได้ก็คือการถือการ์ดนั่นเองครับ (ก็มือผมยังเล็กอยู่นี่นา) ปัญหานี้จะเกิดกับเกมส์ที่ใช้จำนวนการ์ดเยอะและเด็กน้อยโดนจั่วการ์ดเป็นจำนวนมาก ผมเลยมีไอเดียในการสร้างตัวช่วยในการจัดการปัญหาเหล่านี้ครับ สามารถจัดทำได้เองง่ายๆ แบบ DIY เพียงมีปฏิทินตั้งโต๊ะเก่าๆ กับกระดาษแข็งครับ

นำกระดาษแข็งจะมีสีหรือไม่มีสีก็ได้ มาตัดให้มีความกว้างประมาณ 6 cm ส่วนความยาวให้เท่ากับความกว้างของปฏิทินตั้งโต๊ะที่เตรียมไว้ครับ จากนั้นก็นำมาติดกับปฎิทินตั้งโต๊ะ โดยติดจากแผ่นบนสุดก่อนแล้วค่อยๆ ซ้อนทับไล่กันลงมา โดยใช้เทปกาวติดเฉพาะด้านล่างของแถบกระดาษครับ เมื่อติดแถบกระดาษแข็งครบแล้วก็ใช้เทปกาวติดยึดด้านข้างของแถบกระดาษแข็งอีกครั้งเป็นอันเสร็จใช้งานได้ครับ

ทีนี้เด็กๆ ก็สามารถนำไปใช้เล่นการ์ดเกมส์ได้อย่างสนุกสนาน และไม่ต้องหงุดหงิดกับการจัดการการ์ดในมืออีกต่อไปครับ .... ขอให้สนุกกับการเล่นการ์ดเกมส์กับเด็กๆ นะครับ

แท่นวางการ์ด D.I.Y

วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ตอนร่างกายของเรา : ภาค 2

เพิ่มเติมจากตอนที่แล้วครับ หลังจากเรียนรู้อวัยวะภายในที่สำคัญจาก ตอนร่างกายของเรา ภาค 1 คราวนี้ผมสอนลูกชายเรื่องโครงร่างของร่างกาย โดยที่มนุษย์เราเป็นสัตว์ที่มีโครงกระดูกภายในทำให้สามารถยืดตัวตั้งตรงต้านแรงโน้มถ่วงของโลกได้ 


วันนี้เริ่มจากเปิดหนังสือให้ดูว่าร่างกายเรามีกระดูกที่สำคัญคือกระดูกสันหลัง กระดูกแขน ขา ครับผม จากนั้นก็วาดรูปกระดูกลงในกระดาษสี ตามแบบในหนังสือ



จากนั้นก็ตัดออกมาเป็นชิ้นเพื่อแปะละในภาพร่างกายที่เราทำไว้ในตอนที่ 1 ทีนี้เด็กๆ ก็จะเข้าใจเรื่องโครงกระดูกของมนุษย์อย่างง่ายๆ ครับ


วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ตอนระบบสุริยะ

หลังจากที่ได้ไปงานวันวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับลูกชาย เมื่อสัปดาห์ก่อนและได้ของติดไม้ติดมือกลับมาเป็นแผนที่ดวงดาวแบบ 3 มิติ และหนังสือรายละเอียดดวงดาวที่อยู่ในระบบสุริยะของเรา นาฟต้าก็ติดอกติดใจเรื่องราวเกี่ยวกับระบบสุริยะเป็นอย่างมาก ผมก็เลยคิดทำโมเดลจำลองการหมุนรอบดวงอาทิตย์ของเหล่าดาวบริวารทั้งหลายให้นาฟต้าได้ดู โมเดลที่ผมออกแบบนี้จำลองจากโมเดลที่เคยเห็นในเว็บต่างประเทศที่สวยงามมากครับ แต่ปรับมาใช้วัสดุในบ้านที่หาเอามาทำได้ง่ายๆครับ
โดยเริ่มแรกก็ให้ลูกชายช่วยผมวาดภาพดาวบริวารทั้ง 8 ลงบนกระดาษ โดยผมเป็นคนปรับสเกลให้มีขนาดเล็กลง แต่ยังคงสัดส่วนให้ตรงตามรายละเอียดจริงในหนังสือที่ได้มา ก็จะได้ขนาดของดาวตามที่เห็นในภาพด้านล่าง แล้วก็ให้ลูกชายช่วงระบายสีให้ได้สีใกล้เคียงกับภาพในหนังสือเท่าที่ทำได้ครับ



จากนั้นสองพ่อลูกก็ช่วยกันสำรวจรอบบ้านเพื่อหาสิ่งของทรงกลมที่ไม่ได้ใช้แล้ว ที่มีขนาดใกล้เคียงกับดาวต่างๆ ที่วาดไว้เมื่อสักครู่ เพื่อเอามาทำเป็นดวงอาทิตย์และดาวบริวารครับ 


เมื่อได้ดาวครบตามที่ต้องการแล้วก็เอาสีอคลีลิคมาระบายบนทรงกลมต่างๆให้ได้สีตามที่ต้องการและใกล้เคียงดาวนั้นๆ เท่าที่จะทำได้ ย้ำครับเท่าที่จะทำได้ ดาวบางดวงอย่างยูเรนัสกับเนปจูนนี้ไม่รู้จะผสมสียังไงเลยครับ ก็ระบายไปเท่าที่ทำได้จริงๆ


ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ต่างๆ ในระบบสุริยะ ฝึมือนาฟต้า
เมื่อทำดาวเคราะห์จำลองครบตามที่ต้องการแล้วผมใช้ปึนกาวยึดดาวต่างๆ ติดกับลวดเส้นขนาดกลางเพื่อให้สามาถไปพันติดกับแกนที่ทำจากท่อพีวีซีได้ โดยผมเรียงลำดับการติดขดลวดไล่ไปตามลำดับของระบบสุริยะ คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนฟจูน ครับ แต่ละชั้นของลวดที่ไปพันกับแกนพีวีซีผมจะเอายางรับเอาไว้ไม่ให้มันเลื่อนมาชนกัน จากนั้นก็ดัดเส้นลวดให้เป็นตัว L เพื่อให้ดาวเคราะห์มาอยู่ในระดับเดียวกันอย่างที่เห็นในรูปครับ

โมเดลระบบสุริยะอย่างง่าย สำหรับเด็กๆ

เราก็จะได้แบบจำลองระบบสุริยะ ที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ได้ สอนให้เด็กๆ เข้าใจเรื่องระบบสุริยะและการหมุนรอบดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์ต่างๆ ได้อย่างเห็นภาพชัดเจนกันเลยทีเดียวครับ

ดาวเคราะห์หมุนรอบดวงอาทิตย์อย่างนี้นี่เอง


วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จรวดลูกโป่ง

กิจกรรมน่าสนุกอันนี้ผมได้เคยทำเล่นกับลูกชายตั้งแต่เค้าอายุได้ประมาณ 3 ขวบรอบนึงแล้วครับ แล้วเมื่อหลายวันก่อนไปเจอลูกโป่งเก่าเก็บในกล่องอีก 1 แพ็ค ก็เลยขนออกมาเล่นจรวดลูกโป่งกันอีก เตรียมง่ายแล้วก็น่าตื่นเต้นสำหรับเด็กๆ ครับ

อุปกรณ์
  • ลูกโป่งขนาดประมาณ 7-9 นิ้ว
  • เทปกาว
  • เชื่อกมัดเอกสาร
  • หลอดดูดน้ำ
  • คลิปหนีบ หรืออุปกรณ์สำหรับหนีบปากลูกโป่งไม่ให้ลมออก

เริ่มจากตัดหลอดดูดให้เหลือประมาณ 5-7 เซนติเมตร สอดเข้าไปในเชือก แล้วขึงเชือกในระดับแขนของเด็กเอื้อมถึง จากนั้นก็เป่าลูกโป่งให้ตึงพอประมาณ เอาตัวหนีบมาหนีบที่ปากลูกโป่งไว้ แล้วใช้เทปกาวติดลูกโป่งกับหลอดที่สอดไว้ในเชือกเหมือนในรูปด้านล่างครับ


เวลาติดลูกโป่งกับหลอด ควรติดให้ใกล้กับปากลูกโป่งและดูแนวให้ตรงกับปากลูกโป่งด้วยครับ เพื่อให้ลูกโป่งพุ่งออกไปได้ตรงและไม่ติดกับเชือกที่ขึงไว้


จากนั้นก็ให้เด็กๆ มาจับที่ปากลูกโป่ง เอาคลิปหนีบอก แล้วให้เด็กๆ ปล่อยมือทีนี้ลูกโป่งก็จะพุ่งออกไปเหมือนจรวดเลย ทำจรวดลูกโป่งนี้หลายๆรอบ แล้วก็มาคุยกันว่าทำไมลูกโป่งถึงพุ่งออกไปได้ เด็กๆ อาจให้เหตุผลต่างๆกันครับ เวลาอธิบายอาจจะเริ่มจากใช้คำถามนำก่อนก็ได้ว่ารู้มั้ยทำไมลูกโป่งมันถึงพองออก มีอะไรอยู่ในลูกโป่ง เมื่อเด็กๆ เข้าใจดีแล้วว่าในลูกโป่งมีลม และลมนั่นเองเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกโป่งพองออก เราก็สามารถอธิบายต่อไปได้ว่า ก็เพราะลูกโป่งมันเหนียวและมันขึ้เกียจจะยืดตัวมันอย่างนี้ตลอด มันเลยบีบเอาลมออกมาจากลูกโป่งทางช่องที่เราปล่อยมือแรงของลมที่แย่งกันหนีออกมาก็เลยดันให้ลูกโป่งพุ่งออกไปนั่นเอง


วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ตอนสะพานสีสัน

การทดลองวิทยาศาสตร์วันนี้ผมกับลูกชายจะมาทดลองเรื่องการเคลื่อนที่ของของเหลว โดยมีตัวพาไปครับ อาจจะใช้เวลาในการทดลองนานซักนิด แต่เด็กๆ ก็จะได้ตื่นเต้นที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในแต่ละขั้นของการทดลอง

เริ่มจากเตรียมแก้วใส 3 ใบ นำมาวางเรียงกันเป็นแถว ใส่น้ำลงไปในแก้วใบแรกสุด และใบสุดท้าย อย่างในรูป จากนั้นก็หยดสีผสมอาหารลงไปแก้วละ 1 สี ให้เป็นคนละสีกันนะครับ (แนะนำให้เป็นแม่สีเหมือนเดิม คือเลือกสีมาสอง สีจาก สีแดง สีน้ำเงิน และสีเหลือง)


เมื่อเตรียมน้ำผสมสีเสร็จแล้ว ให้นำกระดาษเปียก 2 แผ่น (กระดาษที่คุณแม่ๆ เอาไว้เช็ดก้นเจ้าตัวเล็กนั่นแหละครับ) มาพับเป็นแถบยาวๆ แล้ววางพาดจากแก้วริมทั้ง 2 ด้าน เข้ามาที่แก้วกลาง อย่างที่เห็นในคลิปด้านล่าง ทีนี่ก็จะมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นให้เด็กๆ ได้ตื่นเต้นแล้วครับ น้ำสีจากแก้วริมทั้ง 2 ด้านจะเริ่มซึมผ่านตัวกลางก็คือกระดาษเปียกทั้ง 2 ผืนขึ้นมาแล้วไหลลงไปสู่แก้วกลางครับ


เมื่อขบวนการซึมผ่านเสร็จเรียบร้อยระดับน้ำทั้ง 3 แก้วจะอยู่ในระดับเดียวกัน แล้วสีของแก้วกลางจะเกิดจากการที่สีของน้ำในแก้วใบแรกและใบสุดท้ายผสมกันครับ อย่างรูปที่เห็นด้านล่าง จะได้สีเขียวจากการผสมของสีน้ำเงินกับสีเหลือง แนะนำให้ทดลองทำซัก 3 รอบครับ ลองจับคู่สีให้เด็กๆดู

  • สีน้ำเงินกับสีเหลือง
  • สีน้ำเงินกับสีแดง
  • สีเหลืองกับสีแดง

เป็นการช่วยสอนเรื่องทฤษฎีสี เรื่องแม่สีไปในตัวด้วยครับ


วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ตอนร่างกายของเรา : ภาค 1

กิจกรรมวิทยาศาสตร์ง่ายๆ วันนี้ทั้งสนุกสนานและทำให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องร่างกายของเราครับ เตรียมแค่กระดาษสีซัก 2-3 สี กรรไกร กาว และกระดาษขาวแผ่นใหญ่ที่ควรจะให้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเด็กๆ เล็กน้อย การที่เราวาดรูปร่างกายให้เท่ากับขนาดตัวของเด็กนั้นจะช่วยให้เด็กเชื่อมโยงตำแหน่งและขนาดของอวัยวะต่างๆ กับร่างกายของตัวเด็กเองได้ง่ายขึ้น สมจริงขึ้นด้วย ผมเลยแนะนำให้พยายามหากระดาษที่มีขนาดใหญ่เท่าตัวเด็กๆ ถ้าหาไม่ได้ใช้กระดาษต่อกันก็ได้ ผมเองใช้กระดาษขนาดครึ่งตัวนาฟต้า 2 แผ่นมาต่อกันจะได้กระดาษขาวใบใหญ่อย่างที่เห็นในรูปด้านล่าง ถ้าหาไม่ได้จริงๆ จะใช้กระดาษใบเล็กแล้วปรับขนาดทำให้เล็กลงก็ได้ครับ

เมื่อเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้ว ก็เริ่มเล่าเรื่องหรือคุยกับเด็กๆ เพื่อเกริ่นนำก่อนเข้าสู่การทำกิจกรรมกันได้เลย ผมเริ่มเรื่องจากการถามลูกชายตรงๆ เลยว่าเคยรู้มั้ยว่าในตัวของเรานี้มีอะไรบ้าง ก็จะได้คำตอบแปลกๆบ้างอย่าตกใจครับ หลังจากนั้นก็เข้าเรื่องผมบอกว่าจะวาดสิ่งที่อยู่ข้างในตัวนาฟต้าแล้วเอามาประกอบกันบนกระดาษให้ดูดีมั้ย ลูกชายผมเห็นคล้อยตามด้วยก็เลยเริ่มกันได้ ให้เด็กนอนราบลงบนกระดาษขาวแผ่นใหญ่ที่เตรียมไว้ครับ จากนั้นก็ใช้ดินสอวาดเส้นรอบตัวของเด็กให้เป็นโครงร่างกายมนุษย์ขนาดเท่าตัวเด็กๆนั่นเองครับ 

วางภาพโครงร่างของเด็กๆ ลงบนกระดาษ

จากนั้นก็ให้เค้าลุกขึ้นมาแล้วใช้เค้าช่วยปากกาเมจิกวาดทับเส้นให้ชัดเจน ระหว่างนี้เราก็วาดรูปอวัยวะภายในที่สำคัญลงในกระดาษสีสีต่างๆ เช่น สมอง หัวใจ ปอด ตับ กระเพาะ ลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็ก โดยกะเอาขนาดให้เหมาะสมกับตัวเด็ก แล้วให้เด็กๆ ช่วยตัดออกมาเป็นชิ้นๆครับ 

วาดภาพอวัยวะภายใน และตัดออกมาเป็นชิ้น เพื่อประกอบบนภาพร่างกาย

ทีนี้ก็ให้เค้าลองเดาเอาว่าอวัยวะไหนควรจะอยู่ตรงไหน อวัยวะที่เด็กๆ จะคุ้นเคยและตอบได้มากทีสุดคือสมองครับ มันต้องอยู่ที่หัวแน่ๆ จากนั้นก็ให้เด็กๆ ติดอวัยวะนั้นๆลงไปบนภาพโครงร่างร่างกายของเค้าเอง ช่วงนี้ก็คอยอธิบายไปครับว่าอวัยวะไหนทำหน้าที่อะไร อาทิเช่น
  • สมอง เป็นอวัยวะที่ช่วยในการคิด และจดจำสิ่งต่างๆ
  • หัวใจ คอยสูบฉีดเลือด ไปเลี้ยงอวัยวะทั่วร่างกาย (ตอนติดหัวใจ อาจลองให้เค้าจับหน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจของเค้าดู เพื่อให้รู้สึกถึงการเต้นของหัวใจครับ ทีนี้ก็จะจะได้เลยว่าหัวใจอยู่ตรงนี้นี่เอง)
  • กระเพาะ มีหน้าที่เก็บอาหารเป็นด่านแรกและบดอาหารให้ละเอียดยิ่งขึ้น
  • ลำไส้มีหน้าที่คอยดูดซึมสารอาหารที่ร่างกายต้องการ
  • ตับมีหน้าที่ขับของเสียออกไปจากร่างกาย

จากนั้นก็เอาภาพร่างกายของเด็กๆ ไปติดโชว์เป็นภาพประดับผนังบ้านได้เลย ทั้งสนุก ฝึกทักษะการสังเกต และได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์เบื้องต้นเกี่ยวกับร่างกายของเราด้วย วิทยาศาสตร์ใกล้ตัวพ่อแม่ก็สอนเองได้ครับ

อวัยวะภายในร่างกายที่เด็กๆ น่าจะได้รู้จักครับ

นี่ไงกระเพาะของผม

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Graffiti ตัวน้อย จอมพ่นสี

บ่ายแก่ๆ วันหนึ่งระหว่างที่กำลังช่วยกันกับลูกชายเก็บกวาดทำความสะอาดชั้นของเล่นก็ไปเจอขวดสเปรย์ของเล่นเก่าเก็บที่ใช้ทำลูกปัดยางสมัยนาฟต้าเด็กๆ 1 อัน นาฟต้าถามว่าเอามาทำอย่างอื่นได้หรือเปล่า นาฟต้าไม่อยากทิ้ง ผมก็เลยนั่งคิดอยู่ซักพักได้ไอเดียว่าเอามาทำเป็นขวดสเปรย์สีเล่นกันดีกว่า

ผมให้นาฟต้าวาดรูปอะไรก็ได้ที่ต้องการเพื่อมาเจาะช่องไว้พ่นสี แต่ดูเหมือนเค้าจะไม่เข้าใจเพราะไม่รู้ว่าการเจาะกระดาษพ่นสีเป็นยังไง ก็เลยวาดรูปหุ่นยนต์ซะเต็มกระดาษ ผมก็ไม่รู้จะเจาะยังไงเหมือนกันครับ สุดท้ายก็เลยต้องวาดเองให้ดูเป็นตัวอย่าง แล้วก็เจาะกระดาษเป็นช่องตามที่วาดไว้

IMG_7028
จากนั้นก็เตรียมสีลงในขวดสเปรย์ ผมใช้สีโปสเตอร์มาผสมน้ำครับ เพราะต้องการให้เนื้อสีมีความเข้มข้นและทึบแสง เวลาพ่นลงไปแล้วจะเห็นความแตกต่างของสีบริเวณที่พ่นสีกับไม่โดนพ่นสีอย่างชัดเจน เมื่อผสมสีเสร็จแล้วก็กรอกลงในขวดสเปรย์จิ๋วของนาฟต้า

IMG_7029
วิธีเล่นก็เอากระดาษที่เจาะช่องแล้วไปวางบนพื้นผิวที่ต้องการพ่นสี ผมก็เลือกที่หน้าบ้านนี่แหละครับง่ายดี จากนั้นก็ให้นาฟต้าพ่นสีลงไปบนกระดาษบริเวณที่เจาะช่องไว้รอให้พอหมาดๆ ก็เอาออกจะเห็นเป็นรูปตามที่เราเจาะไว้ หรือจะเอากระดาษเป็นรูปที่เราตัดไว้มาเป็นตัวแบบวางเพื่อพ่นสีก็ได้ครับ เวลาเอาออกมาจะเห็นว่าบริเวณที่ไม่โดนสีจะเป็นรูปเดียวกับกระดาษที่เราวางไว้ อย่างในรูปด้านล่างนี้ครับ

พ่นสีโปสเตอร์สเปรสีโป่สเตอร์IMG_7039

ผมเตรียมแบบไว้น้อยไป เล่นกันไปซักพักยังไม่ทันหายเบื่อกระดาษก็เปื่อยหมด ก็เลยชวนนาฟต้าไปหาแบบสำหรับพ่นสีรอบๆบ้าน ได้ใบไม้มาหลายแบบ และขนนกหนึ่งอันครับ

IMG_7040
นาฟต้าพ่นสีไปหลายตัวแล้วยังนึกสนุกอยากพ่นสีบนพื้นเป็นชื่อตัวเองเลยวิ่งเข้าบ้านไปหยิบกระดาษมาให้ผมทำเป็นชื่อตัวเองให้ แล้วก็พ่นสีประกาศอานาเขตส่วนตัวบนพื้นหน้าบ้านอย่างที่เห็นในรูป สนุกสนานกันนานทีเดียวครับ หากไม่มีขวดสเปรย์เล็กๆ ให้ฟ๊อกกี้ที่ฉีดน้ำรีดผ้าก็ได้ครับ แต่แนะนำให้ไปถามม่าม๊าดูก่อน ไม่งั้นเล่นเสร็จอาจมีเรื่องได้ครับ

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

DIY ของเล่น เขาวงกตลูกแก้ว จากกล่องนม

เมื่อเด็กๆ ทานนมหมดแล้วจะเหลือกล่องนมใบใหญ่ อย่าเพิ่งทิ้งนะครับ เอามาทำของเล่นกัน ของเล่นวันนี้ที่จะมาทำคือเขาวงกตลูกแก้ว จากกล่องนม หรือถ้าไม่มีจะใช้ลังกระดาษอื่นๆ ก็ได้ครับ เริ่มจากตัดฝาด้านบนออกแล้วเอาฝาด้านยาว 2 ด้านมาต่อกันเป็นแผ่นอย่างในรูปข้างล่าง

เขาวงกตลูกแก้ว (9)

ที่ตัวกล่องก็เจาะรูด้านข้างให้กว้างพอที่ลูกแก้วจะลอดออกมาจากกล่องได้เวลาเราเล่นแล้วลูกแก้วตกลงหลุมครับ

เขาวงกตลูกแก้ว (8)

จากนั้นก็นำฝากล่องที่เราต่อไว้เป็นแผ่นมาเจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ พอที่ลูกแก้วจะลอดลงไปได้ โดยเลือกเจาะช่องให้กระจายๆ ไม่เป็นระเบียบอย่างที่เห็นในรูปข้างล่าง เพื่อให้เป็นเขาวงกตสำหรับลูกแก้ว

เขาวงกตลูกแก้ว (10)

เมื่อเจาะช่องเสร็จแล้วให้พลิกกลับอีกด้าน เอากล่องนมกล่องเล็กที่เด็กๆ ทานหมดแล้วมา ติดลงไปเป็นฐานเพื่อให้แผ่นกระดานเขาวงกตไม่ติดกับก้นกล่องเมื่อเรานำไปประกอบกับฐานกล่องนม

เขาวงกตลูกแก้ว (2)

เมื่อติดกล่องนมเล็ก เสร็จแล้วก็นำแผ่นกระดานเขาวงกตมาประกอบกับกล่องที่เจาะช่องทางออกลูกแก้วที่เราเตรียมไว้อย่างในรูปด้านล่าง

เขาวงกตลูกแก้ว (3)

เพื่อความแข็งแรงทนทาน ผมใช้ปึนกาวยิงกาวเพื่อเชื่อมต่อแผ่นกระดานกับตัวกล่องโดยรอบ กันแผ่นกระดานหลุดเวลาเด็กๆ เล่นแล้วมันเขี้ยวจับกล่องโยนไปมาครับ

เขาวงกตลูกแก้ว (4)

เสร็จแล้วใช้ปากกาเคมี เขียนตกแต่งจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุดในการเล่นก็จะได้ของเล่นหน้าตาเหมือนในรูปข้างล่างครับ วิธีการเล่นก็นำลูกแก้วมาวางที่จุดเริ่มต้น แล้วให้เด็กขยับกล่องพาลูกแก้วไปยังจุดสิ้นสุดที่กำหนดไว้ให้ได้ โดยที่ไม่ตกลงไปในช่องกับดักที่เราเจาะไว้บนกระดานครับ แต่ถ้าลูกแก้วตกลงไปก็ไม่เป็นไรเพราะลูกแก้วจะไหลออกมาทางช่องที่เราเจาะเตรียมไว้ข้างกล่องตั้งแต่แรก ของเล่นชุดนี้ช่วยส่งเสริมการทำงานประสานกันระหว่างการควบคุมกล้ามเนื้อกับการมองเห็นได้เป็นอย่างดีครับ

เขาวงกตลูกแก้ว (7)

กล่องของเล่นตัวอย่างที่ผมทำขึ้นมานี้อาจจะยากไปหน่อยสำหรับเด็กประมาณ 4 ขวบ อย่างลูกชายผมก็บ่นว่ายากเกินไป ผมเลยต้องใช้กระดาษมาอุดปิดช่องกับดักไปหลายช่องเพื่อให้เค้าเล่นได้ง่ายขึ้นครับ
ป.ล. ของเล่นนี้ผู้ปกครองต้องดูแลอย่างใกล้ชิดนะครับ เนื่องจากมีลูกแก้วเล็กๆ ประกอบการเล่นด้วย ต้องสอนและเตือนเด็กๆ ถึงอันตรายจากการเอาลูกแก้วเข้าปากหรือจมูกด้วย แถมอีกนิดว่าห้ามเอาลูกแก้วมาขว้างปาใส่กัน จะเจ็บตัวได้นะครับ

เขาวงกตลูกแก้ว (6)

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เกมส์กระดานเลโก้

ตัวต่อเลโก้เป็นอีกหนึ่งของเล่นคลาสสิกที่ผมเองก็มีเล่นตั้งแต่เด็กเหมือนกัน และเลโก้ก็เป็นของเล่นที่ผมสนับสนุนให้คุณพ่อ คุณแม่ควรหามาให้ลูกๆ เล่นครับ เพราะช่วยเสริมสร้างจินตนาการได้เป็นอย่างดี แถมยังได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กได้ดีอีกด้วย พลิกแพลงการเล่นได้หลายแบบ ทำให้กลายเป็นชุดของเล่นที่คุ้มค่าแก่การลงทุน ควรซื้อแบบที่มีคุณภาพดีไม่แตกหักง่ายและไม่หลุดออกจากกันง่ายเวลาต่อ เพราะถ้าต่อแล้วหลุดบ่อยๆ เด็กๆจะหงุดหงิดและเบื่อที่จะเล่นได้ครับ

เท่าที่ผมเห็นในท้องตลาดยี่ห้อที่ดูดีน่าซื้อ คงทน แข็งแรง มีอยู่ 2 ยี่ห้อครับ คือ LEGO และ MEGA Blog ซึ่งรูปแบบจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับคอลเลคชั่นที่ทำออกมาจะหน่ายในขณะนั้นครับ

ผมซื้อชุดตัวต่อแบบมาตรฐานชุดเริ่มต้นมาให้นาฟต้าเล่นตั้งแต่ ประมาณ 3 ขวบกว่า แต่ตอนนั้นนิ้วลูกชายยังเล็ก และกล้ามเนื้อมัดเล็กยังไม่แข็งแรงดีพอเวลาจับเพื่อต่อและถอดออกจึงไม่ค่อยถนัดมากนัก เล่นได้ไม่นานก็เริ่มหงุดหงิดกับเจ้าเลโก้เหล่านี้ ผมเลยเก็บขึ้นไปก่อนแล้วหาชุดเลโก้แบบที่มีชิ้นใหญ่สำหรับเด็กเล็กมาให้เล่นแทน (Duplo) พอมาช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมานาฟต้าก็ 4 ขวบกว่าๆ แล้ว ผมเห็นเค้าเล่นเลโก้ที่มีวางเป็นตัวอย่างในห้างสรรพสินค้าได้อย่างคล่องมือมากขึ้นก็เลยเอาชุดตัวต่อเลโก้แบบมาตรฐานมาให้เล่นอีกครั้ง คราวนี้เล่นได้คล่องและสนุกไม่หงุดหงิดเหมือนเดิมแล้ว ผมก็เลยค้นหาเกมส์ที่เกี่ยวกับเลโก้มาเล่นกับลูกเพิ่มเติม

WP_20130420_019
เตรียมกระดาษคำสั่งสำหรับติดลงกระดาน

อย่างเกมส์ในวันนี้ก็เป็นตัวอย่างเกมส์กระดานที่ใช้เล่นกับเลโก้ โดยผมใช้กระดาษสีขาวตีตารางเป็นช่อง 4 เหลี่ยมขนาดประมาณ 2 x 3 เซนติเมตร จำนวน 20 ช่อง แล้วมาเขียนคำสั่งที่จะใช้ในการเล่นลงในแต่ละช่อง โดยคำสั่งที่เขียนในแผ่นกระดาษก็อย่างที่เห็นในรูปครับ เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ แต่ผมเลือกใช้ภาษาอังกฤษเพราะต้องการสอนให้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมครับ ตัวอย่างคำสั่งก็เช่น หยิบเลโก้เพิ่ม 1 ชิ้น หยิบเลโก้เพิ่ม 2 ชิ้น หรือ ถอดเลโก้ออก 1 ชิ้น เป็นต้น ซึ่งตัวคำสั่งก็สามารถออกแบบจำนวนการหยิบหรือถอดได้ตามใจเลยครับ จากนั้นก็ตัดกระดาษคำสั่งออกเป็นชิ้นๆ มาแปะลงบนกระดาษแข็งอีกแผ่นที่มีสีต่างกัน แล้วลากเส้นเป็นทางเดินจากจุดเริ่มต้นผ่านกระดาษคำสั่งแต่ละแผ่นไปถึงเส้นชัยเป็นลักษณะของเกมส์กระดานทั่วไปครับ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมเล่นได้

WP_20130420_024
เกมส์กระดานที่ตกแต่งแล้วพร้อมเล่น

วิธีการเล่นก็ให้เลือกตัวเดินจากหุ่นเลโก้ และใช้เลโก้สี่เหลี่ยมเป็นฐานตอนเริ่มต้นคนละ 3 ชิ้นครับ เริ่มเล่นโดยใช้ลูกเต๋าทอยเพื่อเดินไปตามทางบนกระดาน เมื่อตกที่ช่องคำสั่งใหนก็ให้หยิบ หรือถอดเลโก้ตามคำสั่งบนกระดาน เล่นไปเรื่อยๆ ใครเข้าเส้นชัยโดยมีตัวเลโก้มากที่สุดก็เป็นผู้ชนะไปครับ…อย่าลืมเตรียมกล้องไว้ใกล้มือเพราะคุณจะได้เห็นตัวเล็กแสดงอาการดีใจสุดขีดเมื่อได้ตัวเลโก้เพิ่ม หรือตอนเสียใจที่โดนถอดชิ้นเลโก้ออก แถมยังเล่นพร้อมๆ กันทั้งครอบครัวได้เลยครับ ^_^

WP_20130420_026
ใครมีเลโก้เยอะที่สุดก็ชนะครับผม

ติดตามบทความพัฒนาการเด็ก และเรื่องเล่นสนุกๆ ได้ทางเฟสบุ๊คได้ที่เพจ https://www.facebook.com/Kidivities

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ฝนตกในขวด

ใกล้จะเข้าหน้าฝนแล้ว วันนี้ผมเตรียมกิจกรรมวิทยาศาสตร์สนุกๆ ไว้ให้เจ้าลูกชายจอมซนได้ทดลอง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการควบแน่นของน้ำ เพื่อจะเชื่อมโยงการเรียนรู้เกี่ยวกับการระเหย และการเกิดฝนตกครับ
อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีเพียงขวดน้ำแบบใส แนะนำว่าควรเป็นขวดที่มีขนาดมากกว่า 1.5 ลิตรขึ้นไปครับ ถ้าเป็นขวด 2 ลิตรจะดีมาก นอกจากขวดแล้วก็ต้องมีพระเอกและนางเอกของการทดลองซึ่งก็คือ น้ำอุ่นผสมสีผสมอาหาร และน้ำแข็งนั่นเอง

เตรียมขวดเปล่า น้ำแข็ง และน้ำอุ่น

เตรียมขวดโดยการตัดออกเป็นสองส่วนอย่างรูปข้างบนครับ ให้ส่วนล่างของขวดสูงกว่าด้านบนขวดเล็กน้อย เตรียมน้ำอุ่นและน้ำแข็งใส่ภาชนะอื่นไว้ก่อน จากนั้นก็คุยเกริ่นนำกับเด็กๆ ก่อนครับ เพื่อดึงดูดความสนใจและกระตุ้นให้เค้าได้คิด และจินตนาการตาม เช่น รู้ไหมว่าทำไมฝนต้องตก ถ้าฝนไม่ตกจะเป็นยังไง แล้วน้ำฝนมาจากไหน ถามกันไปได้เรื่อยๆ เลยครับ ช่วงต้นกิจกรรมนี้ก็สนุกไม่ใช่ย่อยเวลาได้ฟังเด็กๆ ตอบคำถามอาจจะได้ยินอะไรบางอย่างที่คาดไม่ถึงด้วยครับ

ฝนตกในขวด1
รอไอน้ำก่อตัวครับผม

เมื่อถามคำถามกันไปได้พอสมควรแล้ว ก็เข้ากิจกรรมกันเลยบอกเด็กๆว่าจะทำฝนตกในขวดน้ำนี้ให้ดู แล้วก็ให้เค้าสำรวจขวดเปล่าก่อนครับ จากนั้นก็เราก็เติมน้ำอุ่นที่เติมสีผสมอาหารไว้ลงไปที่ขวดส่วนท้าย (ถ้าน้ำไม่อุ่น จะไม่มีไอน้ำออกมา ถ้าอยากให้การทดลองดูน่าตื่นเต้นจริงๆ ต้องใช้น้ำค่อนข้างร้อน ซึ่งต้องดูแลการทำกิจกรรมอย่างใกล้ชิดครับ) จากนั้นก็เอาส่วนหัวของขวดวางคว่ำลงบนท้ายขวดที่ใส่น้ำอุ่นไว้อย่างในรูป แล้วให้เด็กๆ เติมน้ำแข็งลงไปด้านบนครับ จากนั้นก็ให้เด็กสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในขวด

IMG_7011
ไอน้ำควบแน่นเห็นหยดน้ำจำนวนมากที่ส่วนบนของขวด

สิ่งที่เกิดขึ้นในขวดก็คือ มีไอน้ำระเหยออกมาจากส่วนที่เป็นน้ำอุ่น แล้วไอน้ำจะลอยขึ้นไปโดนความเย็นจากน้ำแข็งที่ส่วนบนของขวดจับตัวกันเป็นหยดน้ำเล็กๆ มากมายเต็มไปหมด ซึ่งก็คือการควบแน่นนั่นเอง ถ้าหยดน้ำมีมากขึ้นก็จะจับตัวกันไหลและหยดกลับลงมาข้างล่างเหมือนฝนตก เป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่เด็กๆ มากครับ แต่ถ้าทำการทดลองในห้องแอร์ การควบแน่นอาจจะไปเกิดที่รอบๆ ของขวดส่วนล่างมากกว่าและดูเหมือนมีฝนตกที่รอบขวดก็ได้ครับ ถึงตอนที่ไอน้ำเริ่มหมดแล้วอาจจะยกขวดส่วนบนออกมาให้เด็กๆ ได้สังเกตกันอย่างใกล้ชิด

ฝนตกในขวด
ว้าว..... เหมือนน้ำฝนเลยครับ

ตอนท้ายการทดลองลูกชายผมถามว่าถ้าเอาน้ำแข็งใส่ลงไปในน้ำร้อนๆ เลยจะเป็นยังไง ผมก็จัดให้ได้ทดลองกันตรงนั้นเลยครับ ผลก็คือน้ำแข็งละลายนั่นเอง ดูเหมือนจะสงสัยอะไรง่ายๆ ^-^ แต่อย่างน้อยก็ยังมีแววนักวิทยาศาสตร์กับเค้าบ้างละครับ

IMG_7022