แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ปั้นแป้งขนมปัง

ปกติแล้วขนมปังที่บ้านไม่เคยทานเหลือเพราะนานๆ จะซื้อขนมปังปอนมาทานกัน ถ้าซื้อขนมปังมาในช่วงที่ออกนอกบ้านกันบ่อยๆ มันก็มักจะหมดอายุก่อน แล้วเหลือทิ้งหลายแผ่น จำได้ว่าตอนเด็กๆ ที่โรงเรียนก็เคยให้ผมเอาขนมปังไปตากแดดแล้วมาทำเป็นแป้งขนมปังไว้ปั้นส่งเป็นงานฝีมือ คราวนี้ก็ว่าจะลองทำแป้งขนมปังเล่นกับนาฟต้าเหมือนกันเพราะเสียดายถ้าทิ้งไปเฉยๆครับ ผมก็เลยชวนนาฟต้าเอาขนมปังไปตากแดดเล่นดู  กะว่าจะเอามาทำเป็นแป้งขนมปังเล่นกับนาฟต้าด้วย แดดประเทศไทยตากขนมปังแค่ครึ่งชั่วโมงก็แห้งกรอบแล้วครับ ระหว่างรอผมก็มาค้นสูตรการทำแป้งขนมปังจากในอินเตอร์เน็ตได้ความดังนี้ครับ
สูตรและสัดส่วนการทำแป้งขนมปัง
  1. แป้งขนมปังป่น 250 กรัม
  2. แป้งข้าวโพด 250 กรัม
  3. กาวลาเท็กซ์ 250 กรัม
  4. น้ำมันมะกอก หรือครีมถนอมผิว 1 ช้อนชา
20130402_180324

เมื่อได้สูตรแล้วก็รีบเข้าครัวไปเตรียมแป้งข้าวโพด กับพาชนะครับ จากนั้นก็ตามหากาวลาเท็กซ์และครีมถนอมผิวเพราะว่าผมไม่มีน้ำมันมะกอกชนิดทาผิวที่บ้าน ที่จริงในสูตรแนะนำให้ใส่สารกันบูด 1 ช้อนชาด้วยแต่ผมไม่ได้ต้องการจะเก็บไว้นานเลยไม่ใส่ เมื่อได้ของครบแล้วก็มาลงมือทำกันได้ครับ
  1. เริ่มจากป่นขนมปังที่ตากแห้งแล้วให้ละเอียดงานนี้นาฟต้าชอบมากครับ คงรู้สึกเหมือนได้ทำลายข้าวของเพราะเห็นบี้ซะมันมือเลยทีเดียว
  2. เอาแป้งขนมปัง 1 ส่วนผสมกับแป้งข้าวโพด 1 ส่วนคลุกให้เข้ากัน
  3. ค่อยๆ เติมกาวลาเท็กซ์ลงไปทีละนิดแล้วคลุกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเนื้อแป้ง ถ้ายังไม่เหนียวก็เติมกาวลงไปเรื่อยๆครับ แต่ถ้าเหนียวเกินไปก็เติมแป้งขนมปังป่นลงไปได้อีก พอผมเติมกาวลงไปเรื่อยๆ จนเหนียวนาฟต้าก็เริ่มออกอาการไม่อยากทำต่อ เพราะนิสัยส่วนตัวเค้าไม่ชอบให้มีกาวหรืออะไรเหนียวๆติดมือ ผมเลยต้องมาช่วยนวดต่อ
  4. เมื่อแป้งเริ่มอยู่ตัวก็เติมน้ำมันมะกอก หรือครีมทามือลงไปทีละนิดครับ ทีนี้แป้งก็จะเริ่มอยู่ตัวสวยและไม่ติดมือแล้ว
  5. นวดไปเรื่อยๆ จนแป้งเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าต้องการใส่สีก็แบ่งเป็นส่วนๆ แล้วเติมสีผสมอาหารลงไปนวดต่อได้ครับ เป็นอันเสร็จได้แป้งขนมปังไปปั้นเล่นได้
20130402_181038



20130402_18124820130402_181159



ผมให้นาฟต้าเล่นนี้แค่กะให้เค้าเห็นว่าแป้งต่างๆที่เค้าเคยเอามาเล่นนั้นมาจากขนมปังที่เราทานก็ได้ อีกอย่างคืออยากให้เค้าได้ออกกำลังและฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่มือเพิ่มเติมครับ ไม่ได้ต้องการจะเอาแป้งที่ได้มาประดิษฐ์อะไร ก็เลยไม่ได้ผสมสี และเล่นแค่ปั้นๆ ขยำๆ กันจนเบื่อก็เอาไปทิ้งครับ เลยไม่มีรูปถ่ายผลงานจากแป้งขนมปังสวยๆ มาฝาก แต่ถ้าบ้านไหนชอบลองเอาแป้งขนมปังไปผสมสีและปั้นเป็นตุ๊กตาตัวเล็กๆ ตากให้แห้งมาเป็นของประดับบ้านก็ได้ครับเพราะแป้งขนมปังมีข้อดีหลายอย่างมีเนื้อละเอียด สามารถแผ่ขยายเป็นแผ่นใหญ่ได้โดยไม่แตก น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงครับ รูปล่างก็เป็นรูปตุ๊กตาขนมปังที่เสริชมาจากกูเกิลเอามาฝากให้ดูในเมื่อปั้นเองไม่ได้ก็อาศัยดูของคนอื่นครับ ^-^

wp_ss_20130407_0022

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ของเล่น DIY : พาสมบัติออกจากขวด

เคยมั้ยครับที่บางครั้งเวลาเราจะออกไปทำธุระข้างนอกบ้าน แล้วเจ้าตัวเล็กพยายามจะขนเซตของเล่นที่มีชิ้นส่วนมากๆออกไปด้วย บางทีอธิบายแล้วอธิบายอีกว่าไม่ได้เพราะสถานที่ที่เราจะไปนั้นไม่มีที่ให้เล่นของเล่นที่กระจายเต็มพื้นได้ เกรงว่าจะไปเกะกะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น อย่างวันก่อนนาฟต้าพยายามจะยกชุดตัวต่อเลโก้ออกไปด้วยทั้งกล่อง ลำบากผมต้องห้ามปรามกันหลายรอบแต่ก็ไม่สำเร็จ เลยงัดไม้ตายออกมาโดยต้องหาของมาเบี่ยงเบนความสนใจแกให้ได้

IMG_6680

ของที่ว่าคือของเล่น พาสมบัติออกจากขวด (ชื่อเชยมาเลยครับ แต่นึกชื่อที่ดีกว่านี้ไม่ออกจริงๆ ถ้าใครนึกออกช่วยบอกผมด้วยนะครับ) ใช้อุปกรณ์น้อยนิดครับ มีแค่ ขวดน้ำขนาด 2 ลิตร ขวดยิ่งใหญ่ยิ่งดีครับแต่อย่าให้ใหญ่เกินเด็กจะถือไหวนะครับ คลิบหนีบกระดาษ 2-3 อัน ปากกาเคมีแบบลบไม่ออก กรรไกรหรือคัดเตอร์ แล้วก็แม่เหล็กอันเล็กๆ (เป็นแม่เหล็กติดตู้เย็น หรือแม่เหล็กที่ติดกระดาษบนกระดานก็ได้ครับ)
วิธีทำ
  • เตรียมขวดน้ำขนาด 2 ลิตรมา 1 ใบ ใช้คัดเตอร์หรือกรรไกรเจาะบริเวณด้านบนขวดให้เป็นรู เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร เพื่อให้เป็นทางเข้าออกของสมบัติ แล้วใช้ปากกาเคมีวงกลมล้อมรอบไว้อย่างนี้ครับ
IMG_6681
  • จากนั้นก็ใช้ปากกาเคมีวาดเส้นทางเดินในการเอาสมบัติออกมาโดยรอบขวด ทำให้เส้นทางคดเคียวไปมาดูน่าสนใจและท้าทายครับ ตามทางเดินผมเติมตัวอักษร A-Z  เอาไว้ด้วย ถือเป็นการทบทวนภาษาอังกฤษไปในตัวครับ ลากเส้นทางให้ปลายทางมาสุดตรงช่องที่เราเจาะไว้ครับ
IMG_6683
เวลาเล่นก็เอาคลิปหนีบกระดาษใส่ลงไปในขวดแล้วสมมติให้เป็นสมบัติครับ แล้วเอาแม่เหล็กค่อยๆ ดูดสมบัติให้ค่อยๆ ขึ้นมาตามทางเดินที่วาดไว้จนออกมาที่ปลายขวดด้านบนก็จะได้สมบัติครับ นาฟต้าตื่นเต้น และสนุกจนลืมเลโก้ไปเลย พกพาติดตัวไปเล่นบนรถ หรือตามสถานที่ต่างๆ ได้สบายๆ เลยครับ

ของเล่นขวดแม่เหล็ก

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ฝึกสานเชือก ; มอนเตสซอรี DIY

ด้วยความที่ว่าบ่ายแก่ๆ วันหนึ่งที่ป่าป๊าไม่รู้จะทำอะไรดี นาฟต้าก็นั่งเล่นเกมส์จาก iPad ที่ยืมมาจากพี่มีน (ลูกพี่ลูกน้องของนาฟต้า) มานานสองนานแล้ว เห็นแล้วขัดหูขัดตาไม่อยากให้หน้าลูกชายจมลงไปติดกับ iPad มากกว่านี้ครั้นจะออกคำสั่งให้หยุดทันทีก็กลัวจะมีปากเสียงกับลูก เลยต้องหาอะไรมาดึงดูดความสนใจซะหน่อย หันไปหันมาเจอกล่องนมที่ม่าม๊ากำลังจะเอาออกมาทิ้งพอดี เลยจัดการแปลงเป็นของให้เล่นดีกว่า คิดแล้วก็นึกถึงเรื่องการร้อยเชือกขึ้นมา ว่านาฟต้าไม่ได้ฝึกอะไรเทือกนี้มานานแล้ว เรื่องการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยการสาน เป็นหนึ่งในกิจกรรมมอนเตสซอรี่ ที่เคยนำเสนอไปแล้วในกิจกรรมสานกระดาษ ซึ่งมีความคล้ายกับกิจกรรมนี้ครับ


งานสานเชือก


ก็เลยเอากล่องดังกล่าวไปตัดฝาด้านบนออก เจาะรูที่ด้านข้างทั้งสองข้างด้วยเครื่องเจาะกระดาษ ให้ห่างกันรูละ 4 เซนติเมตร จะได้ข้างละประมาณ 8 รู แล้วก็เอาเชือกมัดกล่องไปรษณีย์ของม่าม๊ามาร้อยกับรูสลับไปมาทั้งสองข้างให้เป็นแนวอย่างในรูปครับ จากนั้นก็ต้องออกตามหาเชือกแบนๆ มาสำหรับให้ร้อยเชือกครับ ส่วนเชือกที่ใช้ร้อยแนะนำให้หามาซัก 2 สี เวลาร้อยจะสลับสีไปมาเด็กๆ ได้เห็นถึงลายที่เกิดขึ้นเป็นการฝึก Pattern sense ของเด็กด้วยครับ เมื่อได้ของครบ ผมก็รีบเอาของเล่นใหม่ไปนำเสนอลูกชายทันที อาจเป็นเพราะเล่น iPad มานานแล้วเลยเบื่อ หรือของเล่นผมน่าสนใจมากก็ไม่รู้ครับ เพราะเจ้าตัวเล็ก วาง iPad ทันทีแล้วก็รีบมาลองเล่นของเล่นใหม่เลยครับ นาฟต้าเค้าเคยสานกระดาษมาแล้วของเล่นสานเชือกอันนี้ก็เลยเล่นได้แค่สองรอบเท่านั้น จากนั้นกล่องนี้ก็กลายไปเป็นฐานทัพอวกาศให้เหล่าหุ่นยนต์บาคุกันเข้าครอบครองไปซะอย่างงั้น ถึงจะใช้เป็นอุปกรณ์ฝึกกล้ามเนื้อมือมัดเล็กได้ไม่นาน แต่ก็คุ้มค่าครับเพราะเค้าเอามาจิตนาการเป็นของเล่นอย่างอื่นต่อได้ ส่วนพ่อแม่ที่มีลูกเล็กประมาณ 3 ขวบ ผมแนะนำให้ทำกล่องฝึกสานแบบนี้ให้เค้าเล่นครับ ได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก ฝึกความสัมพันธุ์ระหว่างกล้ามเนื้อและการมองเห็นอีกด้วยแถมจัดทำง่ายเพราะว่าอุปกรณ์ที่ว่าคงมีอยู่กันทุกบ้านที่มีเด็กเล็กๆ ครับ

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เรือดำน้ำจากดินน้ำมัน

“ป่าป๊าครับนาฟต้าอยากเล่นดินน้ำมัน” นาฟต้าร้องขอผมหลังจากที่เห็นลูกพี่ลูกน้องเค้าปั้นหุ่นยนต์ตัวใหญ่ด้วยดินน้ำมัน แต่เสียดายที่พี่เค้าต้องกลับบ้านกับคุณป้าซะก่อน นาฟต้าเลยไม่ได้เล่นดินน้ำมันกับพี่ชาย ด้วยเสียงอ้อนวอนของลูกชาย ป่าป๊าเลยเดินไปเซเว่นจัดดินน้ำมันมา 3 ก้อน
ผมก็ถามว่าแล้วนาฟต้าจะปั้นเป็นอะไรดีละ “นาฟต้าอยากปั้นเรือดำน้ำ” เสียงลูกชายตอบด้วยความร่าเริง ซึ่งทำเอาผมเครียดเลยเพราะงานปั้นเป็นงานที่ผมไม่ถนัดเลยซักกะนิดเดียว ก็เลยต่อรองว่าป่าป๊าวาดเรือดำน้ำให้แล้วนาฟต้าเอาดินน้ำมันแปะแทนดีมั้ยครับ

ปั้นดินน้ำมัน

ผลก็ออกมาอย่างที่เห็นในรูปครับ ผมให้นาฟต้านวดดินน้ำมันจนนิ่มแล้วฉีกมาทีละนิดมาแปะลงในแบบเรือดำน้ำที่ผมวาดขึ้นมาจนเต็ม สรุปว่ามากันคนละครึ่งทางได้ปั้นดินน้ำมันเป็นเรือดำน้ำสมใจ ป่าป๊าก็ไม่เสียหน้าที่ปั้นเรือดำน้ำเป็นตัวไม่ได้ ^-^

ปั้นดินน้ำมัน2

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิศวกรน้อย


ของเล่นดี ที่น่าซื้ออีกชิ้นครับ ชื่อว่า Integrate หรือวิศวกรน้อย เป็นของเล่นของคนไทยที่คุณภาพดีมาก เมื่อเทียบกับราคาแค่ 199 บาทเท่านั้น ทีแรกกะว่าจะซื้อมาเล่นเองคลายเครียด ผลปรากฏว่าลูกชายชอบเล่นมากเลยทีเดียว มีลักษณะ เป็นตัวต่อ 9 ชิ้น รูปร่างต่างๆ กันอย่างในรูปครับ เค้าบอกว่าเล่นได้ตั้งแต่เด็ก 2 ขวบยันแก่เป็นคนเฒ่า ก็ยังเล่นได้ครับ


ข้างในก็มีคู่มือวิธีการเล่นและด่านต่างๆ มาให้ด้วย สำหรับเด็กเล็กๆ ก็ใช้สอนเรื่องรูปทรงกันไปก่อน พอโตอีกนิด ก็จะมีแบบฝึกหัดให้เด็กๆ ลองทำครับ สำหรับเด็ก 4 ขวบอย่างลูกชายผมก็ให้เอาตัวต่อออกมาทั้งหมดแล้วก็เรียงกลับลงไปอย่างในรูปข้างล่างนี้


นาฟต้าชอบเล่นเรียงลงกล่องมาก บางครั้งก็ใช้เวลานานหน่อย แต่ก็ช่วยให้เค้าได้ฝึกสมาธิ แถมได้เรียนรู้เรื่องรูปทรง รูปสมมาตร มิติสัมพันธ์ และฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กให้สัมพันธ์กับการมองเห็นจากการหยิบตัวต่อลงช่องให้พอดีกันด้วยครับ นอกจากนี้บางครั้งนาฟต้ายังเอาตัวต่อทั้ง 9 ตัวนี้มาต่อเป็นรูปทรงอิสระต่างๆ เช่น ช้าง สะพาน ตึก ซึ่งเสริมสร้างจินตนาการในเด็กได้มากครับ ส่วนตัวแล้วผมถือว่าเกมส์วิศวรน้อยนี้เป็นเกมส์กระตุ้นพัฒนาการที่ดีเยี่ยมทีเดียว


ด่านที่ยากขึ้นไปก็เช่นทำให้เป็น 2 ชั้นอย่างในรูปข้างล่าง หรือ รูปทรงต่างๆ ที่มีมาให้ในคู่มือครับ เวลานาฟต้าไม่ได้เล่น ผมก็เอามาเล่นแทนครับ คุ้มจริงๆ เล่นได้ทั้งครอบครัว

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556

ฝึกคณิตศาสตร์กับกระดาน 100 ช่อง

ได้เคยอ่านหนังสือของพ่อธีร์ เกี่ยวกับการฝึกคณิตศาสตร์ให้กับเด็กๆ ด้วยกระดาน 100 ช่อง มาตั้งแต่ลูกชายยังไม่เกิดเลยครับ จนเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ไปเห็นผู้ปกครองท่านหนึ่ง เอามาสอนลูกแล้วก็ทำเป็นกระดานสำเร็จรูปออกมาขาย ผมก็เลยถือโอกาสอุดหนุนคุณแม่ท่านนั้นซะเลย สั่งมา 1 ชุด และขออนุญาติคัดลอกวิธีการเล่นมานำเสนอในบล๊อกนี้ด้วยละกันครับ

  • Step 1 วางเบี้ย ที่มีตัวเลข บนตารางที่มีตัวเลข 1-10 สำหรับการเริ่มต้น หรือว่า เด็กเล็กมากๆ 
  • Step 2 วางเบี้ย ที่มีตัวเลข บนตารางที่มีตัวเลข 1-30 
  • Step 3 วางเบี้ย ที่มีตัวเลข บนตารางที่มีตัวเลข 1-50 
  • Step 4 เริ่มถอด ตัวเลข ในตาราง ออก อาจจะเริ่ม จาก แถว 1-10 , 41-50 แนวนอน 
  • แล้วก็ แถว 10-50 แนวตั้ง กับ แถว 1-41 แนวตั้ง 
  • Step 5 ถอดตัวเลข ที่อยู่ในกรอบสี ออก ทุกแถว 
  • Step 6 ถอดตัวเลข ทั้งหมด ออก 
  • Step 7 เปลี่ยนเป็นตาราง ร้อยช่อง โดยที่ 1-50 ไม่มีตัวเลข ในตาราง 51-100 มีตัวเลขในตาราง 
  • เป้าหมาย คือ วางเบี้ย ในตาราง ที่ไม่มีเลข 1-100 เสร็จภายใน 10-15 นาที 
  • Step 8 วางเบี้ย ในตาราง ที่ไม่มีเลข 1-100 เสร็จภายใน 10-15 นาที หรือ ต่ำกว่านั้น


โดยเค้าบอกว่าเวลาวางเบี้ยควรจะจับเวลาไปด้วย เพื่อให้เกิดการกระตุ้นให้สมองซีกขวาของเด็กทำงานครับ เท่าที่ศึกษาดูแค่เรื่องวางเบี้ย 1-100 ในกระดานวิเศษเด็กก็ได้ฝึกอะไรเยอะแยะแล้ว พอเด็กๆ วางไปซักพักตัวเลขเริ่มเยอะ เบี้ยทั้ง 100 ตัว จะวางระเกะระกะไปหมด เด็กๆ จะเริ่มค้นหาวิธีในการทำให้เร็วและง่ายขึ้นด้วยตัวเอง โดยแยกเบี้ยเป็นพวกก่อนแล้วค่อยติดลงกระดาน ผู้ปกครองไม่ควรบอกวิธีการให้กับเด็กๆ โดยตรง ทำได้คือชี้แนะแต่ไม่บอก จุดประสงค์ของการทำแบบนี้คือเรากำลังฝึกลูกให้เป็น self learner เราเป็นผู้สอนวิธีการแต่ลูกเป็นผู้ค้นพบ 


นาฟต้าได้เคยทำกระดานร้อยช่องนี้เมื่อตอนประมาณ 2 ขวบกว่า มาช่วงนึงแล้ว ตอนนั้นทำ Step 1 อย่างเดียว โดยใช้ชุดกระดานวางเบี้ยที่ผมทำขึ้นเองอย่างง่ายแล้วก็หยุดทำกิจกรรมกระดานร้อยช่องไป เพราะเข้าช่วงที่เค้าป่วยบ่อย และเริ่มมีความสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมศิลปะมากกว่า แต่ช่วงนี้เค้ากลับมาสนใจเรื่องจำนวนกับตัวเลขมากขึ้นผมสังเกตจากที่เค้าชอบนับของต่างๆ รอบตัว แถมชอบถามคำถามเกี่ยวกับตัวเลข เช่น นกมี 2 ขาแล้วแมงมุมมีกี่ขา พี่มีนมี 3 บาทนาฟต้ามี 1 บาทใครมีเยอะกว่า ผมก็เลยสั่งซื้อเอาชุดสอนคณิตศาสตร์ชุดนี้มาให้เค้าทำใหม่ ตอนนี้นาฟต้าวางกระดานมาได้ ประมาณสัปดาห์กว่าๆ แล้ว ผ่าน Step 1 และ 2 มาได้อย่างง่ายดาย ตอนเข้าสัปดาห์ที่สองนี้ก็เริ่มเป็น Step 4 โดยเพิ่มเบี้ยให้เป็น 50 ตัวครับ สามารถทำได้จนเสร็จภายในเวลาทุกครั้งโดยผมจับเวลาที่ประมาณ 10 นาที แต่ก็มีเลยเวลาบ้าง  บางทีก็เลยไปเป็น 15 นาทีกว่าจะเสร็จ 


กะว่าจะให้ลูกชายวางเบี้ยบนกระดาน 100 ช่อง โดยใช้เบี้ย 1-50 ไปจนครบสัปดาห์ก่อนแล้วค่อยขึ้น Step 5 ต่อไป แล้วจะมารายงานผลใหม่ครับ


หลังจากเล่นกระดาน 100 ช่องกับเจ้าตัวเล็กแล้วฝากเข้าไปดูเพจของคุณแม่น้องนาฟต้าด้วยนะครับ กดที่นี่เลยครับ N&N kids 

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Spider พ่อ แม่ ลูก

วันนี้นาฟต้าได้ไปทำกิจกรรมศิลปะกับครูบอย โดยวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการประดิษฐ์ตุ๊กตาจากแกนกระดาษทิชชูและเพิ่มเติมสีสันด้วยการฉีกกระดาษสี และปะติดลงบนตัวตุ๊กตา นาฟต้าเลยสนุกสนานร่าเริงผิดปกติ และทำชิ้นงานออกมาเป็นตัวแมงมุม 3 ตัว โดยนาฟต้าสมมติให้เป็น แมงมุม พ่อ แม่ และลูกแมงมุมครับ

วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ระบายสีมักโรนี


ช่วงนี้ผมกับนาฟต้าป่วยกันทั้งคู่ ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนมาก ทำให้เจ็บคอ ไอ กันทั้ง 2 คน ผมเองนั้นมีอาการเพลียมากอยากจะนอน แต่นาฟต้านั้นถึงจะป่วยแค่ไหนก็ยังซนและพลังเยอะเหมือนเดิม เย็นเมื่อวานนี้ นาฟต้าพยายามชวนผมออกไปเล่นข้างนอก ทั้งดึง รั้ง ทั้งร้องกระจองอแง จะให้ผมออกไปเล่นข้างนอกด้วยให้ได้ ผมจึงรีบหาอะไรให้ทำเล่นในบ้านแทน ว่าแล้วก็เข้าครัวไปมองๆดูว่าจะให้เล่นอะไรดี หันไปเจอถุงมักกะโรนีดิบเลยถามนาฟต้าว่าอยากระบายสีมักไรนีไหม นาฟต้าทำหน้าเรียบเฉยแล้วถามกลับว่า "มันระบายสีได้ด้วยเหรอ" ผมก็เลยบอกว่าได้สิครับต้องไปของอนุญาติแบ่งจากม่าม๊าก่อน เค้าก็รีบวิ่งไปขออนุญาติจากม่าม๊า แล้วก็มาบอกผมว่าม่าม๊าให้เล่นแล้ว



ผมจึงแบ่งมักโรนีออกมานิดนึงใส่ถาดพร้อมกับสีเมจิกของนาฟต้า แล้วก็ให้นาฟต้านั่งเล่นระบายสีไปเรื่องๆครับ ดูแล้วก็สนุกสีครับ มักโรนีอันเล็กจับยากหน่อยเวลาระบายก็เลอะมือบ้างไม่ต้องไปดุเด็กๆนะครับ เดี๋ยวเค้าจะเสียกำลังใจไว้ค่อยไปล้างออกทีหลังก็ได้


ระบายสีไปซักพักใหญ่ๆ ก็เริ่มเบื่อ ผมเลยต่อยอดกิจกรรมออกไปโดยไปหาเชือกมาให้ร้อยมักโรนีใส่ซะ ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือ และสมาธิไปในตัวด้วยครับ


มักโรนีรูปก้นหอยมันร้อยเชือกยากมากครับเพราะว่ามันโค้ง ถ้าเลือกมักโรนีให้เด็กๆเล่นผมแนะนำแบบที่เป็นแท่งตรงๆสั้นๆดีกว่าครับ 


วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555

บ้านดินน้ำมันของลูกหมูตัวที่ 4

วันนี้ก็ถือว่าเข้าเทศกาลสงกรานต์ของชาวเชียงใหม่กันแล้ว นาฟต้าตามผมออกไปส่งของกันในตอนเที่ยง นั่งในรถกระบะไปกับผมก็เจอเด็กๆตั้งป้อมเล่นน้ำกันแล้วตลอดทางบนถนนสายเชียงใหม่-ลำพูน เจ้าตัวเล็กก็ตื่นเต้นอยากจะออกไปเล่นน้ำกับเค้าบ้างพอกลับมาถึงบ้านก็ตั้งหน้าตั้งตารอป่าป๊ะพาออกไปเล่นน้ำ แต่ว่าช่วงบ่ายวันนี้อากาศร้อนมาก แถมแดดก็แรง อากงกลัวว่านาฟต้าจะไม่สบายก็เลยห้ามไว้ไม่ให้ออกไปเล่น นาฟต้าทำท่าจะงอแงผมเลยคิดหากิจกรรมขั้นเวลาสำหรับเด็กวัยซนสุดๆอย่างนาฟต้ามาให้ทำก่อนถึงเวลาออกไปเล่นน้ำ มองซ้ายมองขวาเห็นมีดินน้ำมันเศษๆที่เหลือจากที่นาฟต้าเล่นเมื่อเดือนก่อน ก็เลยชวนนาฟต้ามาเล่นดินน้ำมันกันดีกว่า แต่ถ้าจะบอกว่ามาเล่นดินน้ำมันเฉยๆนาฟต้าคงทำหน้าเซ็งเพราะว่าเล่นจนเบื่อแล้ว ผมก็เลยแต่งเรื่องขึ้นมาว่าจะให้นาฟต้าสร้างบ้านด้วยดินน้ำมันแล้วลองเอามาตั้งที่โต๊ะ ให้ป่าป๊าลองเป่าดู ป่าป๊าจะสมมุติว่าป่าป๊ะเป็นสุนัขจิ้งจอก แล้วให้นาฟต้าเป็นลูกหมูตัวที่ 4 ที่สร้างบ้านด้วยดินน้ำมัน นาฟต้าก็ดูตื่นเต้นดีครับเพราะว่าไม่เคยได้ยินว่ามีลูกหมูตัวที่ 4 ที่สร้างบ้านด้วยดินน้ำมัน สุดท้ายก็ลืมเรื่องเล่นน้ำแล้วลงมานั่งรอผมเล่นด้วย

ฝีมือการวาดรูปของคุณพ่อไม่ได้เรื่องเท่าไร แต่คุณลูกชายก็ยัง OK ครับ

ผมเริ่มจากร่างภาพบ้านบนจานกระดาษที่มีอยู่ในบ้าน ถ้าไม่มีจานกระดาษก็ใช้กระดาษแข็ง หรือกระดาษโปสเตอร์อะไรก็ได้ครับ 

เก็บสีก่อนครับ จะได้สร้างบ้านดินน้ำมันเลย

หลังจากนั้นผมกะจะให้นาฟต้าระบายสีก่อนแต่เจ้าตัวเค้าไม่ยอม บอกว่าจะรึบสร้างบ้านดินน้ำมันให้เสร็จเดี๋ยวสุนัขจิ้งจอกจะมาแล้ว ผมก็เลยตามเลยครับ ไหลตามจินตนาการลูกไปด้วย รีบทำท่าเป็นสุนัขจิ้งจอกทำเสียงขู่ไปด้วย นาฟต้าก็สนุกชอบใจใหญ่ ทีนี้ผมก็หยิบดินน้ำมันออกมาแล้วก็สอนนาฟต้าว่าต้องติดยังไงถึงจะสวยครับ
  • ขั้นแรกต้องดึงดินน้ำมันสีที่ต้องการออกมานิดเดียวครับ แล้วก็ปั้นเป็นก้อนกลมๆด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ วิธีนี้เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ดีมากครับ เป็นการช่วยฝึกการควบคุมการใช้นิ้วโป้งในการหยิบจับสิ่งของด้วยครับ ช่วงแรกๆนาฟต้าก็ทำไม่ค่อยได้ครับดินน้ำมันจะออกมาไม่กลม แต่พอทำไปนานๆเข้าพอควบคุมนิ้วโป้งได้แล้วดินน้ำมันก็ออกมาเป็นลูกกลมๆน่ารักครับ
  • เมื่อปั้นดินน้ำมันเป็นลูกกลมๆแล้วก็ให้เค้าค่อยๆกดติดลงบนจานกระดาษตามที่ต้องการครับค่อยๆติดไปเรื่อยๆให้เต็มรูปครับ วิธีนี้ก็จะช่วยให้เด็กๆควบคุมปริมาณดินน้ำมันที่ติดบนกระดาษได้ไม่ให้มากเกินไป และไม่ล้นออกมานอกรูปที่วาดไว้ด้วยครับ






พอสอนวิธีแล้วนาฟต้าก็เริ่มลงมือสร้างบ้านดินน้ำมันทันทีเลยครับ เวลานั่งดูเด็กๆใช้นิ้วเล็กๆปั้นดินน้ำมัน ผมว่าก็น่ารักดีครับ


นาฟต้ายังไม่มีความพยายามมากพอครับรูปที่เห็นนาฟต้าถือผลงานเอาไว้คือเท่าที่ทำได้ครับ ตัวบ้านยังไม่เสร็จดี ดอกไม้ก็ยังไม่ได้ทำ พุ่มไม้ด้านล่างก็ยังแหว่งๆอยู่เลยครับ แต่คุณลูกบอกว่าเสร็จแล้ว ต้องรีบเข้าไปหลบในบ้านเพราะว่าสุนัขจิ้งจอกมาแล้ว ผมก็เลยต้องสวมบทสุนัขจิ้งจอก สูดลมหายใจให้เต็มปอดแล้วก็เป่าบ้านที่ยังไม่เสร็จหลังนี้ละครับ ผลก็คือเป่าเท่าไรก็ไม่พัง (ก็คุณลูกชายเล่นใช้มือจับทั้งสองข้างอย่างนี้คงต้องใช้ลมพายุจริงๆถึงจะเป่าบ้านปลิวได้) 



หลังจากเล่นเป่าบ้านกันไปซักพักก็ออกไปวิ่งเล่นที่หน้าบ้านครับ สรุปคือนาฟต้าลืมเรื่องอยากเล่นน้ำสงกรานต์ไปเสียสนิท ตอนเย็นเราสามคนพ่อ แม่ ลูก ก็ออกไปกินข้าวที่เซ็นทรัลแอร์พอร์ตกันกลับมา แฟนผมเห็นบ้านที่ยังติดดินน้ำมันไม่เสร็จก็เลยชวนนาฟต้ามาทำต่อให้เสร็จ ผลที่ได้ออกมาในรูปข้างล่างคือฝีมือของม่าม๊ากับนาฟต้านั่นเอง สวยไหมละครับ

เสร็จจนได้บ้านดินน้ำมันของลูกหมูนาฟต้า

วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

ละเลงสีน้ำด้วยมือ

ช่วงบ่ายวันนี้ บังเอิญว่าผมเสร็จงานเร็วกว่ากำหนดเลยเข้ามาบ้านตั้งแต่ยังไม่บ่ายสาม ส่วนน้องนาฟต้าก็นั่งอ่านหนังสือนิทานกับคุณแม่อยู่ พอเห็นผมกลับบ้านมาไวก็รีบวิ่งออกมาหน้าบ้านทันที คงคิดว่าผมมีอะไรมาให้เซอร์ไพรเพราะกลับเร็วมาก แต่ว่าผมเองก็ไม่ได้เตรียมอะไรที่จะเล่นกับนาฟต้าเป็นพิเศษ แฟนผมบอกว่ากำลังรอเวลาเพราะว่านาฟต้ามีเรียนว่ายน้ำตอน 4 โมงเย็น ยังเหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงกว่าผมเลยหาอะไรมาเล่นกับนาฟต้าซักหน่อย เล่นของเล่นในบ้านนาฟต้าก็เบื่อแล้วเพราะเล่นมาตั้งแต่เช้า นึกขึ้นได้ว่าเพิ่งซื้อสีน้ำขวดจัมโบ้มาใหม่ ก็เลยต้องเอาออกมาลองซักหน่อยว่าใช้ดีเหมือนสีน้ำอันเก่าหลอดเล็กๆ หรือเปล่า ผมเลยบอกนาฟต้าไปว่าวันนี้เราจะเล่นสีน้ำกัน พอได้ยินว่าจะให้เล่นสีน้ำก็รีบไปกางที่นั่งและจัดโต๊ะพลาสติกทันทีเลยครับ ผมกับแฟนผมก็ไปเตรียมน้ำเปล่า กระดาษวาดเขียน ถาดสี และช้อนพลาสติกคันเล็กๆ ผมเริ่มจากเทแม่สีสามสีลงในถาดสีครับ จากนั้นก็ให้นาฟต้าใช้ช้อนตักสีมาผสมสีเพิ่มเองตามใจชอบ

แม่สี และสีที่เกิดจากการผสมสีของนาฟต้า
คราวนี้ผมบอกนาฟต้าว่าป่าป๊าให้นาฟต้าใช้นิ้วแทนพู่กันนะ ลองดูว่าจะวาดรูปได้เหมือนพู่กันไหม ตอนแรกนาฟต้าก็กล้าๆ กลัวๆ ครับ เพราะว่าไม่ได้ให้เล่นแบบเลอะเทอะมานานเค้าก็ใช้นิ้วค่อยๆจุ่ม สีน้ำเงินติดนิ้วมานิดเดียวครับ ผมเห็นว่านาฟต้ายังสนุกไม่เต็มที่ก็เลยเอาพู่กันจุ่มสีแล้วทาลงบนมือน้อยๆของนาฟต้า ทันทีที่พู่กันโดนฝ่ามือเค้าก็หัวเราะใหญ่เลยครับสงสัยจะจั๊กจี้


ลีลานัก เอาสีทาลงที่มือซะเลย นี่แนะ

แล้วผมก็ให้นาฟต้าลองเอามือแปะลงที่กระดาษ เห็นเป็นรอยมือตัวเองก็หัวเราะอีกรอบครับ หลังจากนี้ก็เริ่มละเลงสีเองมันไปเลย

สนุกจังเลย ป่าป๊ามาเล่นด้วยกันสิ
ผมเห็นนาฟต้าละเลงสีบนกระดาษดูน่าสนุก ก็มันเขี้ยวขอนาฟต้าเล่นบ้าง นาฟต้าก็เลยทาสีลงบนมือผมเหมือนกันทีนี้ก็เล่นกันสนุกสนาน สีกระเด็นไปทั่ว จนแฟนผมต้องไปเอาผ้ามาหลายฝืนเตรียมไว้ให้เช็ดหน้าเช็ดตากันครับ

รูปนี้นาฟต้าบอกว่ากำลังวาดต้นคริสมาส


ศิลเปรอะที่สวยงามของนาฟต้า

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

กระดาษร้อยเชือกแสนสนุก

ช่วงนี้นาฟต้ากำลังติดการ์ตูนเรื่องโปเกมอนครับ ผมเองเลยออกไอเดียกระตุ้นพัฒนาการเจ้าตัวยุ่งประจำบ้านซักหน่อย โดยจะทำของเล่นเสริมพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและการฝึกทักษะการเย็บ  ผมประยุกต์การทำของเล่นชิ้นนี้มาจากกิจกรรมมอนเตสซอรี่ ในหนังสือฝึกให้หนูลงมือทำกิจกรรมตามแนวคิดมอนเตสซอรี่ครับ ผมก็เริ่มจากค้นหารูปเหล่าโปเกมอนที่นาฟต้าชื่นชอบอันได้แก่ ปิกาจู (กระรอกสายฟ้า) ฮิโกซารุ (ลิงไฟ) โพจจามะ (นกแพนกวิน) และ นาเอทอล (จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่านาเอทอลเป็นตัวอะไรกันแน่) รูปพวกนี้คุณกูเกิลเค้าหามาให้ภายในอึดใจเดียวครับ จากนั้นก็ปริ้นออกมาเตรียมไว้เลยครับหลังจากนั้นก็ไปเตรียมอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นกัน

อุปกรณ์
- กระดาษแข็งสีต่างๆ (ควรใช้กระดาษ 120 แกรมขึ้นไป)
- ตาไก่แท่ง สำหรับเจาะ ผมเลือกใช้เบอร์ 9 ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ผมแนะนำให้ใช้เบอร์ที่ใหญ่กว่านี้ เจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้หาซื้อได้ที่ร้านเครื่องเขียนขนาดใหญ่ทั่วไปครับ ที่เชียงใหม่ผมไปซื้อที่ร้านเชียงใหม๋พลาสติก แต่ที่กรุงเทพผมเคยเห็นที่ศึกษาภัณฑ์ ผมซื้อมาเตรียมไว้ใช้  3 ขนาด คือเบอร์ 5 เบอร์ 9 และเบอร์ 15 แท่งละประมาณ 15 บาทครับ
- เชือกสำหรับให้เด็กร้อย ต้องมั่นใจว่าขนาดของเชือกเล็กกว่าขนาดของรูที่เจาะนะครับ อาจใช้เชือกรองเท้าขนาดเล็กก็ได้ครับ
- กรรไกร
- กาว
- สติกเกอร์ใส (ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ)
- ค้อน
- รูปตัวการ์ตูนที่เด็กๆ ชื่นชอบ

อุปกรณ์ สำหรับทำ กระดาษร้อยเชือก

วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555

ง. งู เด้งดึ๋ง

วันนี้นาฟต้าไปช่วยม่าม๊าที่ร้านแต่กลับกลายเป็นป่วนซะมากกว่า เป็นหน้าที่ของป่าป๊าที่จะต้องจัดการให้เกิดความสงบขึ้นภายในร้านโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงคิดหาของเล่นโดยใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ในร้านมาทำให้นาฟต้าเล่นครับ เป็นของเล่นกระดาษแสนสนุกอย่างในรูป

อุปกรณ์ที่ใกล้มือและคว้ามาได้ มีดังนี้
- กระดาษสี แบบที่หนาๆหน่อยครับ (ผมใช้ขนาด 120 แกรมครับ)
- สีเทียน หรือดินสอสี
- กรรไกร
- เชือกสำนักงาน หรือเชือกฟางก็ได้ครับ

อุปกรณ์ แบบทันใจ
   
หลังจากได้อุปกรณ์ครบแล้ว ก็ร่างแบบงููลงบนกระดาษสี ผมคิดได้ตอนแรกก็วาดวงกลมเป็นขดคล้ายงูเหมือนในรูปครับ รีบๆวาดเลยออกมาไม่ค่อยเท่ากันซักเท่าไร แต่ก็พอเรียกร้องความสนใจจากนาฟต้าได้บ้าง พอถามเจ้าตัวเล็กด้วยว่าอยากได้ลายอะไรบ้าง เค้าก็บอกว่าอยากได้ลายจุด กับลายหมุนๆ ??? งูลายจุดนี่พอนึกออกครับ แต่ลายหมุนๆผมก็งงเหมือนกัน ก็เลยช่วยกันลงสีกับนาฟต้า มั่วๆไปมา ก็ได้เป็นงูลายทางแทนอย่างที่เห็นครับ

ร่างแบบและลงสีเป็นรูปงูลายต่างๆ
 จากนั้นก็ตัดออกตามเส้นที่วาดไว้ให้เป็นเส้นต่อเนื่องยาวๆ แล้วก็เอาเชือกมามัดที่หัวของงู จากนั้นก็ส่งให้เจ้าตัวเล็กเล่นได้แล้วครับ งูส่วนหางจะทิ้งตัวลงด้านล่างคล้ายสปริง น่าสนุกมากครับ

ตัดตามเส้นที่วาดไว้

ง. งูเด้งดึ๋ง

นาฟต้าเล่นไปซักพักก็ร้องขอทำเองบ้าง ป่าป๊าก็เลยออกไอเดียให้ทำรูปอื่นบ้างที่ไม่ใช่รูปวงกลม นาฟต้าก็เลยลองทำเป็นรูปสี่เหลี่ยม



ของเล่นชิ้นนี้สร้างความสงบให้เกิดขึ้นในร้านได้นานมากครับ นาฟต้าได้สนุกกับการวาดรูป ระบายสี ได้ใช้จินตนาการ ได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก ฝึกการใช้กรรไกร แถมได้เรียนรู้เรื่องแรงโน้มถ่วงของโลกไปด้วยเป็นของแถม การเตรียมอุปกรณ์ที่แสนง่ายเหมือนไม่ได้เตรียมอะไรด้วยครับ เพราะเป็นของที่ทุกบ้านที่มีเด็กก็คงมีอยู่แล้ว อย่าลืมเอาไปทำเล่นกับเจ้าตัวเล็กที่บ้านนะครับ